We have no responsibility for the contents in this web community!

ถ้าเข้ามาแล้วพบว่ากระทู้ไม่เรียงตามวัน/เวลา ให้คลิ๊กตรงคำว่า Date/Time ที่อยู่ตรงแถบสีม่วงๆ นะครับ


ห้ามลงประกาศโฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ยกเว้นสปอนเซ่อร์!!!!!

*** ห้ามใช้เนื้อที่บอร์ดเพื่อแอบแฝงขายบริการทางเพศ ***

RBR Section


Register
สมัครสมาชิก


What's RBR?
ต่ออายุสมาชิก

**** ส่วนบริการเข้าบอร์ดลับเฉพาะสำหรับสมาชิก RBR (บอร์ดรูป Devil), (บอร์ดวีดีโอ Zombie) ต้องการติดต่อสอบถาม ส่งเมลล์ที่ ryubedroom@yahoo.com เท่านั้น ****

กรุณาคลิ๊กที่นี่และ Bookmark ไว้ด้วยครับ

Palm-Plaza.com

Subject: "(กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "     Previous Topic | Next Topic
Printer-friendly copy     Email this topic to a friend    
Conferences ThE LoveR Topic #205352
Reading Topic #205352
หล่อแต่อาภัพ
Guest

"(กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
 
06-Jun-18, 05:06 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ผมกำลังหาข้อมูลการดูแลสุขภาพ

บังเอิญได้ฟังคลิปสัมภาษณ์เกี่ยวกับการกินอาหารและการเกิดมะเร็งจากแพทย์ จุฬาฯ ท่านหนึ่ง และอ่านข่าวเกี่ยวกับแนวทางรักษามะเร็งเต้านมของแพทย์ศิริราช
ในคลิปสัมภาษณ์ อ.หมอที่จุฬาฯ ท่านบอกว่า การกินอาหารมีความสัมพันธ์กับมะเร็งบางชนิดจริง แต่ไม่เกี่ยวกับการเกิดมะเร็งเต้านม

ในขณะที่บทส้ัมภาษณ์จากอาจารย์แพทย์ที่ศิริราชที่เป็นศูนย์ใหญ่การรักษามะเร็งเต้านม ท่านบอกว่าอาหารก็มีส่วนต่อการเกิดมะเร็งเต้านม
ข้อมูลจากท่านอาจารย์ทั้งสองฝั่ง ค่อนข้างเป็นข้อมูลขัดแย้งกัน ผมเข้าใจว่าอาจจะเกี่ยวกับความรู้ในช่วงเวลาที่มีอยู่ แต่บทสัมภาษณ์ก็ใกล้ๆ กันคือปีก่อน ลองอ่านดูนะครับ


ฟังสัมภาษณ์ของคุณหมอจากจุฬาฯ ตั้งแต่นาทีที่ 1.00 เป็นต้นไปครับ

https://www.youtube.com/watch?v=zf2G80BpJ6Q


พิธีกรสัมภาษณ์ว่า: การเปลี่ยนแปลงอาหารจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น จริงหรือไม่

คุณหมอตอบว่า: เรื่องอาหารเนี่ยเกี่ยวข้องกับมะเร็งบางอย่างจริง และมันก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับภูมิคุ้มกันด้วย

เช่น คนกินเนื้อสัตว์ ไม่กินผัก มีความเสี่ยงเป็นมะเร็วลำไส้ใหญ่มากกว่าคนที่กินผักอย่างเดียว ไม่เคยกินเนื้อสัตว์เลย อันนี้จริงพิสูจน์แล้ว

แต่ว่าอาหารเนี่ย ไม่เกี่ยวอะไรกับการเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก

พิธีกรสัมภาษณ์ต่อว่า: แล้วมีอาหารที่ช่วยเรื่องมะเร็งจริงๆ ไหมครับ

คุณหมอตอบว่า: มะเร็งนี้มันเกิดจากหลายสาเหตุ มันไม่ใช่อาหารอย่างเดียว ไม่มีใครการันตีได้หรอกว่า กินอาหารนี่ จะไม่เป็นมะเร็งชนิดใด ชนิดหนึ่ง

ส่วนคำถามอื่นๆ จะเกี่ยวข้องกับการรักษาด้วยคีโม และวิธีการรักษามะเร็ง


ทีนี้พอมาดูบทสัมภาษณ์ของทีมแพทย์ศิริราช ในข่าวแจ้งว่าทางศิริราชเป็นศูนย์รักษามะเร็งเต้านมเทียบเท่ามาตรฐานระดับโลก

ข่าวนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากๆ เพราะผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งเต้านมมากที่สุดและทั่วโลกผู้หญิงก็ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมากที่สุดด้วยครับ

แต่ในบทสัมภาษณ์อาจารย์หมอได้พูดเรื่องปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านมด้วย ก็มีหลายปัจจัย รวมถึงอาหารด้วย

แหล่งข่าวจากมติชน https://www.matichon.co.th/local/news_421403

อันนี้แหล่งข่าวจากไทยรัฐ https://www.thairath.co.th/content/831997


ผมหวังให้กระทู้นี้เกิดประโยชน์ เพื่อพวกเราจะได้แนะนำคุณแม่และญาติผู้หญิงของเราให้ระวังการกินอาหารด้วยครับ เพราะผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมสูง
เป็นโรคที่ฆ่าชีวิตผู้หญิงจำนวนมาก หากเราช่วยกันแนะนำแม่เราและพี่น้องผู้หญิงให้ระวังได้ก็จะช่วยลดภัยเสี่ยงจากมะเร็งตรงนี้ครับ

ถ้ามีความเสี่ยงจากการกินอาหาร ก็จะได้แนะนำแม่และญาติพี่น้องผู้หญิงให้ระวังเรื่องการกินอาหารด้วย แต่ตอนนี้ข้อมูลทางการแพทย์ยังขัดแย้งกันบ้างก็อยากได้ความคิดเห็นด้วยครับ
ผมเข้าใจว่ามะเร็งหลายชนิดมีปัจจัยจากกรรมพันธุ์ด้วย แต่หากอาหารและสิ่งแวดล้อมมีผลส่วนใหญ่ก็จะต้องระวัง

ใครมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องมะเร็งก็มาอภิปรายให้ความรู้ด้วยนะครับ มะเร็งชนิดไหนก็ได้ครับ ขอตอบกระทู้แบบสุภาพด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP |
|
| 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน
Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top

 

Conferences | Topics | Previous Topic | Next Topic
Hyolynn click here to view user rating
Member since 3-Oct-15
10631 posts, 57 feedbacks, 102 points

1. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #0
 
06-Jun-18, 05:09 PM (SE Asia Standard Time)
Click to EMail Hyolynn Click to send private message to Hyolynn Click to view user profileClick to add this user to your buddy list  
กรรมพันธุ์ + อาหาร + การใช้ชีวิต

มีผลกับทุกโรคข่ะะะะะ


.........................

Ver. อีซอวอน... ผัวคนใหม่


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ค่ะ
Guest

2. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #1
 
06-Jun-18, 05:12 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ป้าสาวสวยพราวเสน่ห์อยู่ไหนข๊ะะะะ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Dx
Guest

3. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #2
 
06-Jun-18, 05:32 PM (SE Asia Standard Time)
 
   อาหารมีผลต่อการเกิดมะเร็งบางอย่างจริง เช่น มะเร็งท่อน้ำดีก็มีผลจากการกินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ คนทางภาคอีสานมีสถิติเป็นเยอะ สาเหตุสำคัญเชื่อว่ามาจากการกินปลาร้าที่ปรุงไม่ถูกสุขลักษณะและกินอาหารพวกปลาสุกๆดิบๆ เช่น ปลาส้มที่ไม่สุกเพราะมีพยาธิใบไม้ในตับ เห็นรณรงค์กันจนลดอุบัติการเป็นมะเร็งชนิดนี้ได้เยอะ

https://www.thairath.co.th/content/815712


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
น้องขี้
Guest

4. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #3
 
06-Jun-18, 10:17 PM (SE Asia Standard Time)
 
   งดคาร์โบไฮเดรตค่ะ แหล่งอาหารของมัน


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
เลขาท่านหญิง Hyolynn
Guest

5. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #4
 
07-Jun-18, 05:48 AM (SE Asia Standard Time)
 
   เดี๊ยนขออนุญาตอธิบายแบบตรงประเด็นที่ จขกท สงสัยเลยละกันนะคะ
จะไม่ขอตอบรวมๆ กว้างๆ แบบมะเร็งทุกประเภท

เพราะที่ จขกท สงสัยคือปัจจัยเรื่องอาหารกับมะเร็งเต้านมถูกชิมิคะ?

ถ้า จขกท ไปอ่านบทความของ The American Cancer Society ก็จะมีเขียนไว้เหมือนกันค่ะว่าอาหารก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านมได้เหมือนกัน
แต่!!! ถ้าไปเปิดสรุปย่อตามเน็ตอาจจะไม่เจอคำว่าอาหารโดยตรง หรือแม้แต่ใน CDC ก็จะไม่ได้เขียนว่าอาหารเป็นปัจจัย
แต่!!! ทุกที่จะใช้คำว่า overweight หรือ obese แทน (คือการมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน)
เพราะอะไร เพราะมันเกี่ยวข้องโดยตรงกว่าที่จะบอกว่าเป็นเพราะอาหาร

คำถามคือเกี่ยวข้องกันยังไง ตรงนี้อธิบายยาวค่ะ ถ้าอยากฟังก็อ่าน ไม่อยากฟัง ข้ามย่อหน้านี้ไปได้
คือก่อนผู้หญิงหมดประจำเดือนรังไข่ก็สร้างเอสโตรเจนไป เนื้อเยื่อไขมันก็อยากสร้างบ้าง แต่สร้างได้น้อย
ทีนี้พอประจำเดือนหมด รังไข่ปลดเกษียณไม่สร้างเอสโตรเจนละ เซลล์ไขมันก็เลยกลายเป็นแหล่งสร้างเอสโตรเจนหลักไปโดยปริยาย
ซึ่งถ้าอ้วน คือมี fat เยอะ มันก็จะสร้างเอสโตรเจนได้เยอะ ผลที่ตามมาคือไปเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมตามมา
ซึ่งน่าสังเกตอีกว่าความเสี่ยงนี้มีเฉพาะผู้หญิงที่อ้วนในภายหลังนะคะ เช่น มาอ้วนช่วงก่อนหมดประจำเดือน หรืออ้วนหลังหมดประจำเดือน
ถ้าเกิดอ้วนเสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่เด็กยันแก่นี่นักวิจัยพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องค่ะ

ที่จริงมันมีเรื่องอื่นอีกที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอ้วน เช่นการมีระดับอินซูลินในกระแสเลือดที่สูงเองก็มีความเสี่ยงเช่นกัน แต่เหนื่อยแล้วค่ะ เอาแค่ย่อหน้าข้างบนพอ

ทีนี้กลับมาที่เรื่อง จขกท งงระหว่างหมอสองฝั่งค่ะ
ลองมองย้อนกลับไปที่เดี๊ยนบอกนะคะว่าภาวะ overweight หรือ obese เกี่ยวข้องโดยตรงกว่าที่จะบอกว่าเป็นเพราะอาหาร
คือถ้าจะให้บอกว่าเป็นเพราะอาหาร ยกตัวอย่างเช่น อาหารแปรรูปเนื้อแดงกับมะเร็งลำไส้ มันก็ต้องมีงานวิจัยที่ระบุประเภทอาหารที่ชัดเจนโดยตรงไปเลย
แล้วส่วนใหญ่เค้าจะมองในแง่ของความเป็น carcinogen หรือสารก่อมะเร็ง
แต่ถ้าอ่านที่เดี๊ยนอธิบาย จะเห็นว่าไม่มีที่ไหนเขียนชัดเจนว่าเป็นเพราะอาหารอะไรเป็นพิเศษ (พูดถึงมะเร็งเต้านมนะ) อ้อยกเว้นพวกแอลกอฮอล์นะคะ
แต่ความเสี่ยงหลักที่สามารถเกี่ยวข้องกับอาหารได้คือความอ้วน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันรอบเอว อันนี้นักวิจัยเชื่อว่ามีผลมากกว่าไขมันส่วนอื่น)

เพราะฉะนั้นจากมุมมองของเดี๊ยนนะคะ คุณหมอทั้งสองฝั่งไม่มีใครพูดผิดหรอกค่ะ เพียงแต่คนฟังที่ไม่มีความรู้อาจจะมองว่ามันขัดแย้งกัน

ปอลอ แถมให้ค่ะ
อย่าลืมนะคะว่าเดี๊ยนอ้างอิงมาจากข้อมูลฝั่งอเมริกา
เพราะฉะนั้นภาวะ overweight หรือ obese ก็โปรดนึกถึงคนอ้วนอเมริกาค่ะ...
โอกาสเจอคนอ้วนแบบนั้นในไทยน้อยกว่าเยอะค่ะ
แต่ก็มีนะ ป้าเดี๊ยนเองค่ะ อ้วนแบบนั้นเลย แล้วก็เป็นมะเร็งเต้านมด้วย


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ขรรม
Guest

6. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #5
 
07-Jun-18, 07:14 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >เดี๊ยนขออนุญาตอธิบายแบบตรงประเด็นที่ จขกท สงสัยเลยละกันนะคะ
>จะไม่ขอตอบรวมๆ กว้างๆ แบบมะเร็งทุกประเภท
>
>เพราะที่ จขกท
>สงสัยคือปัจจัยเรื่องอาหารกับมะเร็งเต้านมถูกชิมิคะ?
>
>ถ้า จขกท ไปอ่านบทความของ The American Cancer Society
>ก็จะมีเขียนไว้เหมือนกันค่ะว่าอาหารก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านมได้เหมือนกัน
>แต่!!! ถ้าไปเปิดสรุปย่อตามเน็ตอาจจะไม่เจอคำว่าอาหารโดยตรง
>หรือแม้แต่ใน CDC ก็จะไม่ได้เขียนว่าอาหารเป็นปัจจัย
>แต่!!! ทุกที่จะใช้คำว่า overweight หรือ obese แทน
>(คือการมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน)
>เพราะอะไร
>เพราะมันเกี่ยวข้องโดยตรงกว่าที่จะบอกว่าเป็นเพราะอาหาร
>
>คำถามคือเกี่ยวข้องกันยังไง ตรงนี้อธิบายยาวค่ะ
>ถ้าอยากฟังก็อ่าน ไม่อยากฟัง ข้ามย่อหน้านี้ไปได้
>คือก่อนผู้หญิงหมดประจำเดือนรังไข่ก็สร้างเอสโตรเจนไป
>เนื้อเยื่อไขมันก็อยากสร้างบ้าง แต่สร้างได้น้อย
>ทีนี้พอประจำเดือนหมด รังไข่ปลดเกษียณไม่สร้างเอสโตรเจนละ
>เซลล์ไขมันก็เลยกลายเป็นแหล่งสร้างเอสโตรเจนหลักไปโดยปริยาย
>ซึ่งถ้าอ้วน คือมี fat เยอะ มันก็จะสร้างเอสโตรเจนได้เยอะ
>ผลที่ตามมาคือไปเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมตามมา
>ซึ่งน่าสังเกตอีกว่าความเสี่ยงนี้มีเฉพาะผู้หญิงที่อ้วนในภายหลังนะคะ
>เช่น มาอ้วนช่วงก่อนหมดประจำเดือน หรืออ้วนหลังหมดประจำเดือน
>ถ้าเกิดอ้วนเสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่เด็กยันแก่นี่นักวิจัยพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องค่ะ
>
>ที่จริงมันมีเรื่องอื่นอีกที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอ้วน
>เช่นการมีระดับอินซูลินในกระแสเลือดที่สูงเองก็มีความเสี่ยงเช่นกัน
>แต่เหนื่อยแล้วค่ะ เอาแค่ย่อหน้าข้างบนพอ
>
>ทีนี้กลับมาที่เรื่อง จขกท งงระหว่างหมอสองฝั่งค่ะ
>ลองมองย้อนกลับไปที่เดี๊ยนบอกนะคะว่าภาวะ overweight หรือ
>obese เกี่ยวข้องโดยตรงกว่าที่จะบอกว่าเป็นเพราะอาหาร
>คือถ้าจะให้บอกว่าเป็นเพราะอาหาร ยกตัวอย่างเช่น
>อาหารแปรรูปเนื้อแดงกับมะเร็งลำไส้
>มันก็ต้องมีงานวิจัยที่ระบุประเภทอาหารที่ชัดเจนโดยตรงไปเลย
>แล้วส่วนใหญ่เค้าจะมองในแง่ของความเป็น carcinogen
>หรือสารก่อมะเร็ง
>แต่ถ้าอ่านที่เดี๊ยนอธิบาย
>จะเห็นว่าไม่มีที่ไหนเขียนชัดเจนว่าเป็นเพราะอาหารอะไรเป็นพิเศษ
>(พูดถึงมะเร็งเต้านมนะ) อ้อยกเว้นพวกแอลกอฮอล์นะคะ
>แต่ความเสี่ยงหลักที่สามารถเกี่ยวข้องกับอาหารได้คือความอ้วน
>(โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันรอบเอว
>อันนี้นักวิจัยเชื่อว่ามีผลมากกว่าไขมันส่วนอื่น)
>
>เพราะฉะนั้นจากมุมมองของเดี๊ยนนะคะ
>คุณหมอทั้งสองฝั่งไม่มีใครพูดผิดหรอกค่ะ
>เพียงแต่คนฟังที่ไม่มีความรู้อาจจะมองว่ามันขัดแย้งกัน
>
>ปอลอ แถมให้ค่ะ
>อย่าลืมนะคะว่าเดี๊ยนอ้างอิงมาจากข้อมูลฝั่งอเมริกา
>เพราะฉะนั้นภาวะ overweight หรือ obese
>ก็โปรดนึกถึงคนอ้วนอเมริกาค่ะ...
>โอกาสเจอคนอ้วนแบบนั้นในไทยน้อยกว่าเยอะค่ะ
>แต่ก็มีนะ ป้าเดี๊ยนเองค่ะ อ้วนแบบนั้นเลย
>แล้วก็เป็นมะเร็งเต้านมด้วย

Miss Google ?


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Ne^Ne^
Guest

7. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #6
 
07-Jun-18, 10:43 AM (SE Asia Standard Time)
 
   เรื่องอาหารการกินเกี่ยวมากน้อย อันนี้ไม่ทราบค่ะ แต่ที่จะแชร์ให้ฟังคือว่า

พวกของปิ้งย่างตามร้านนะค่ะ
มึงกูเห็นกะตา ตั้งแต่เริ่มก่อไฟจุดเตาย่างค่ะ
แม่ค้านางก็เอาถุงถ่านเผาทั้งถุงค่ะ
ถุงพลาสติกก็ติดไฟ ถ่านก็ติดไฟ
...
..
ประเด็นคืออีถุงพลาสติกเนี่ยเวลาเผาไหม้
มันมีสารก่อมะเร็งออกมาใช่มั้ยคะ
จำได้ว่าฟังจากรายการโทรทัศน์สักรายการ บอกเป็นอันตราย
นี่นางก็เผาไป ย่างปลาดุกไป ตั้งแต่นั้นมากูก็เลิกแดกของปิ้งย่างค่ะ

ร้านไหนขายปิ้งย่าง ต้องดูกันตั้งแต่จุดไฟเลยละค่ะ
ถ้าถามว่าลำบากไปมั้ย สำหรับเดี้ยนลำบากค่ะ ก็เลยตัดใจไม่แดกแม่มเลยค่ะ
เพราะความมักง่ายไงค่ะ ถึงป่วยด้วยสาเหตุหีแตดที่หมอหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
100kg
Guest

8. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #7
 
07-Jun-18, 01:54 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ปิ้งย่างแค่ควันไฟ อาหารไหม้นิดหน่อยก็มีสารก่อมะเร็งแล้วค่ะ
ต่อให้ใช้เตาไฟฟ้าก็ไม่รอด แต่เดี๊ยนกินยอมกินแล้วตายเร็วดีกว่าอยู่โดยกินแต่อาหารไม่อร่อย.


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
น้องขี้
Guest

9. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #8
 
07-Jun-18, 02:15 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ยังไงถ้าพวกป้าซื้อแกงถุงกิน ก็หนีมะเร็งไม่พ้นหรอกค่ะ เพราะพ่อค้าแม่ค้าใช้น้ำประปาแบบไม่มีความรู้ เปิดก๊อกใส่หม้อต้มน้ำเลย ทำให้คลอรีนเวลาโดนความร้อนจะกลายเป็นสารก่อมะเร็ง แล้วก็มาทำแกงขายให้พวกป้ากิน จริง ๆ ต้องใช้น้ำกรองค่ะ หรือถ้าใช้ประปาต้องเปิดฝาทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้คลอรีนระเหยไปก่อนค่ะ แต่เปิดฝาก็ต้องหาอะไรปิดอย่างพวกผ้าขาวหรืออะไรด้วยนะค่ะ ไม่งั้นจิ้งจกตุ๊กแกแมลงสาปหนูลงไปขี้ใส่อีก


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
BCL-2
Guest

10. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #9
 
11-Jun-18, 02:26 PM (SE Asia Standard Time)
 
   รีบน อย่าเหมารวม คนไม่กินแกงถุง แต่ตามร้านอาหารก็เสี่ยงเหมือนกันแหละถ้าคุณจะพูดแบบนั้น เพราะยังไงซะมันก็มีคนใช้น้ำประปาทำอาหารประจำอยู่แล้ว แต่ต้องมองภาพรวมด้วย อาหารบางอย่างมันมีสารต้านมะเร็งอยู่ในตัวด้วย ไม่ใช่มองแค่เรื่องสารก่อมะเร็ง แล้วบางคนกินดี อยู่ดี ก็เสี่ยงเป็นมะเร็งด้วย เพราะมันมีพันธุกรรมจะเป็น แค่ว่าอาหารกับสิ่งแวดล้อม พวกความเครียดมีส่วนไปช่วยกระตุ้นให้เร็วขึ้นได้


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
น้องขี้
Guest

11. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #10
 
11-Jun-18, 03:45 PM (SE Asia Standard Time)
 
   สารต้านมะเร็งป้าไม่ต้องไปหวังหรอกค่ะ นอกจากระวังเรื่องคลอรีนในน้ำประปาแล้ว ระวังผักล้างหรือเปล่าดีกว่า ยาฆ่าแมลงทั้งนั้น ไม่นับเชื้อโรคอีกสารพัด พวกเนื้อก็เหมือนกันแน่ใจเหรอค่ะว่าสะอาดพอ ป้าไม่เคยได้ยินคำพูดว่า ...คนทำไม่กิน คนกินไม่ทำ... เหรอค่ะ นี่ไม่นับวางวัตถุดิบหม้อแกงกะเรี่ยกะราดให้หมาแมวที่บ้านเยี่ยวใส่ สลัดขนใส่อีกนะค่ะ เชื้อโรค สารพิษ ก่อมะเร็งทั้งนั้น ไม่งั้นจะเป็นโรคที่ฆ่าคนมากที่สุดเหรอค่ะ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
รุ่นหลาน
Guest

12. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #11
 
12-Jun-18, 01:04 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >สารต้านมะเร็งป้าไม่ต้องไปหวังหรอกค่ะ
>นอกจากระวังเรื่องคลอรีนในน้ำประปาแล้ว
>ระวังผักล้างหรือเปล่าดีกว่า ยาฆ่าแมลงทั้งนั้น
>ไม่นับเชื้อโรคอีกสารพัด
>พวกเนื้อก็เหมือนกันแน่ใจเหรอค่ะว่าสะอาดพอ
>ป้าไม่เคยได้ยินคำพูดว่า ...คนทำไม่กิน คนกินไม่ทำ... เหรอค่ะ
>นี่ไม่นับวางวัตถุดิบหม้อแกงกะเรี่ยกะราดให้หมาแมวที่บ้านเยี่ยวใส่
>สลัดขนใส่อีกนะค่ะ เชื้อโรค สารพิษ ก่อมะเร็งทั้งนั้น
>ไม่งั้นจะเป็นโรคที่ฆ่าคนมากที่สุดเหรอค่ะ

คนกินดี อยู่ดี อนามัยเรื่องอาหารการกินดีมาก บางคนยังเป็นมะเร็งเลย มันมีหลายสาเหตุนะการเป็นมะเร็งไม่ใช่เอาแค่ป้าว่ามา


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
จขกท.
Guest

13. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #12
 
12-Jun-18, 02:22 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ขอบคุณทุกๆ คนที่เข้ามาพูดคุยในกระทู้นี้นะครับ ก็ได้ความรู้แตกต่างหลากหลายกันไปครับ

ผมสงสัยอีกเรื่องคือ กรณีคุณแหวน ธิติมา ที่เป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ก็รักษากับทางศิริราชและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่สุดท้ายคุณแหวนก็จากไป
ที่ผมสงสัยก็คือในข่าวที่ศิริราชแถลงบอกว่าถ้าเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 มีอัตราการรอดชีวิตเกิน 90% แล้วอัตราการรอดชีวิตที่ระยะเวลา 10 ปี อยู่ที่ 84%

แต่กรณีคุณแหวนกลับจากไปหลังที่ให้คีโมและฉายแสงเพิ่งเสร็จ เหมือนทางแพทย์และครอบครัวจะระบุว่ามะเร็งลุกลามไปที่กระดูกด้วย ก็เลยเป็นสาเหตุให้คุณแหวนจากไป
ต้องขอโทษที่เอามายกเป็นกรณีศึกษานะครับ แม่ผมก็เป็นแฟนเพลงเธอนะครับ สงสารเธอมากแล้วก็สงสารครอบครัวเธอด้วย
เพราะกรณีนี้แม้เป็นระยะที่ 2 มีโอกาสหายและรอดชีวิตสูง และรักษากับศูนย์แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ แต่ก็ยังพบว่ามีความเสี่ยงเสียชีวิตดังเคสนี้
เสียดายจริงๆ แต่คิดว่าคุณงามความดีของคุณแหวนจะทำให้ไปสู่สุขคติและอยู่ในภพที่ดีครับ

ผมจึงอยากรู้ว่าแนวทางรับมือกับมะเร็งนั้นมีทางไหนได้บ้าง อยากได้ความรู้เป็นวิทยาทานเพื่อให้เราพร้อมดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่เป็นญาติพี่น้องเราได้ครับ

ขอบคุณนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
น้องขี้หี
Member since 10-Oct-15
8194 posts, Rate this user

14. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #13
 
12-Jun-18, 02:32 PM (SE Asia Standard Time)
Click to send private message to %B9%E9%CD%A7%A2%D5%E9%CB%D5 Click to add this user to your buddy list  

ทางเลือกใหม่ในการใช้ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อสู้กับมะเร็งคะ
ยังไงน้องก็เชื่อว่าอาหารที่เรากินเข้าไป สารเคมีที่เรารับเข้าไปมีส่วนมากที่สุด
อาหารไม่จำเป็นว่าต้องเป็นสารพิษ บางทีเป็นอาหารที่เราแพ้ แต่ดันทุรังฝีนกินก็ได้คะ
บางคนก็ไม่รู้หรอกคะว่าตัวเองแพ้อะไร ถ้ามันไม่เป็นผื่นเป็นผดหรือตัวบวมปากบวมให้เห็นชัดๆบางคนแพ้อาหารแบบพื้นๆแบบข้าวเหนียวก็ยังมีเลยคะ แต่คนคิดไม่ถึงกันเอง
แล้วคนที่แพ้แอลกอฮอลแต่ยังฝืนดื่ม ก็จะเป็นมะเร็งตับเร็วและแรงกว่าคนที่ไม่แพ้

https://www.theguardian.com/commentisfree/2018/jun/06/cancer-cure-immunotherapy

..

...


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ปรีดาภรณ์
Guest

15. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #14
 
27-Jun-18, 09:09 AM (SE Asia Standard Time)
 
  
เรื่อง immunotherapy ที่รีพลายข้างต้นโพสต์ไว้เป็นเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจในแวดวงการแพทย์ต่างประเทศมากค่ะ ขออนุญาตดันไว้นะคะ

แม้เทคโนโลยีการแพทย์เพื่อรักษามะเร็งต่าง ๆ จะก้าวหน้าไปมาก ที่สำคัญคือการดูแลจิตใจค่ะ

จิตเป็นสิ่งที่ดูแลไม่ได้ด้วยยาและวิธีรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่ค่ะ เพราะจิตเป็นนามธรรม ไม่ใช่รูปธรรมแบบร่างกาย

การดูแลจิตใจผู้ป่วยมะเร็งจึงเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ โดยเจ้าตัวเองจะต้องมีแนวคิดเชิงบวกกับมะเร็งและเข้าใจในทุกข์ที่เกิดขึ้น

เพราะร่างกายเราป่วยจะมีผลต่อจิตใจทันทีค่ะ ดังนั้น เราจึงเห็นว่าบางคนทรุดทันทีหลังเมื่อทราบว่าตนเองเป็นมะเร็ง (โดยเฉพาะคนที่จิตไม่เข้มแข็งพอ)

ดังนั้น การดูแลจิต จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสำคัญที่สุด ในขั้นตอนการรักษามะเร็ง ซึ่งย้ำว่ายาใด ๆ ในโลกไม่สามารถรักษาจิตได้ค่ะ

แนวคิดรักษาจิตใจ อาจจะใช้ทฤษฎีจิตวิทยา คำพูดเชิงบวกจากหมอ จากจิตแพทย์ จากคนใกล้ชิด ซึ่งถ้ามองให้ดีจะเห็นว่าหลักจิตวิทยาและจิตแพทย์ใช้

จะอ้างอิงหลักคำสอนจากธรรมะของศาสนาต่าง ๆ มารวมกัน (เพราะอาจจะอ่านจากทฤษฎีหนังสือต่าง ๆ ทางด้านจิตวิทยาที่ฝรั่งเขียนไว้ แล้วเอามาสรุปเป็นคำพูดตัวเอง)

ดังนั้น การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ตั้งแต่ช่วงผ่าตัด การทำ chemotherapy และรังสีบำบัด มักจะต้องให้ผู้ป่วยสร้างกำลังใจด้วยตนเอง และมองผ่านความทุกข์นี้ให้ได้

การใช้ธรรมะ (อาจจะเป็นธรรมะของศาสนาใด ๆ ก็ได้) เป็นส่วนสำคัญมาก ๆ ที่จะช่วยทำให้คนไข้หายจากความทุกข์ เจ็บปวด หรือมีใจสู้กับมะเร็งหรือยาคีโมช่วงรักษา

สำหรับแนวคิดธรรมะทางพุทธศาสนานั้น มีคนการันตี รับรองแล้วว่าสามารถนำมาใช้บำบัดทุกข์ที่เกี่ยวกับการเป็นโรคต่าง ๆ รวมถึงมะเร็งได้ด้วยเช่นกันค่ะ

เราอยู่เมืองพุทธ (สำหรับพุทธศาสนิกชนนะคะ) ที่อาจจะไม่เคยศึกษาธรรมะอย่างละเอียด หรืออาจจะมองแค่ผิวเผิน เมื่อได้มาศึกษาจะเข้าใจว่าธรรมะบำบัดทุกข์และโรคได้

สำหรับคนที่ไม่ค่อยศรัทธาในธรรมะทางพุทธศาสนา แม้จะบอกว่าตนเป็นชาวพุทธนั้น เขาจะไม่เข้าใจเลยค่ะว่าธรรมะช่วยให้พ้นทุกข์ได้อย่างไร

เขาอาจจะหันมาสนใจธรรมะก็ต่อใดก็ตามที่เขาทุกข์หนักจริง ๆ ต้องทุกข์ใจมาก ๆ เช่น ป่วยเป็นโรคร้าย หรือ เจอความทุกข์ทางใจที่ยากจะเยียวยา

หรือมีความรู้สึกว่าเกิดภาพย้อนอดีต (เขาเรียกเกิดมโนกรรม) ที่เหมือนตัวเองเคยกระทำอะไรไว้ในอดีต แล้วมันย้อนกลับคืนมา จนทุกข์ทางใจ

เหล่านี้จึงจะหันมาสนใจธรรมะในระดับลึกซึ้ง

ยกเว้น คนที่พื้นฐานธรรมะดีมาแต่เด็กหรือสนใจมาตลอดเรื่อย ๆ เขาจะเข้าใจแนวคิดธรรมะสำหรับช่วยเยียวยาความทุกข์และจิตตัวเองได้ เมื่อมาศึกษาเพิ่มก็จะไปได้ไว

แพทย์ฝั่งตะวันตกและแพทย์ทางเกาหลีใต้ที่นับถือคริสต์ ก็จะใช้หลักธรรมะของคริสต์เช่นกันค่ะมาให้คนไข้มะเร็งเยียวยาจิตใจตนเอง

หลักการธรรมะพื้นฐานของศาสนาต่าง ๆ จะคล้ายคลึงกัน แต่อาจจะต่างกันเรื่องการใช้คำพูดและรูปแบบการปฏิบัติ แต่จุดร่วมกันคือ การคิดเชิงบวกต่อตัวเองและผู้อื่น

แนวคิดหลักธรรมะของพุทธศาสนาเองก็มีวิธีการพัฒนาจิตใจให้เป็นในทางบวก เพื่อช่วยอยู่กับมะเร็งและให้จิตไม่ตกในช่วงรักษามะเร็ง

เช่น เราต้องไม่มองว่าเราเป็นมะเร็ง แต่มองว่าเราแค่มีมะเร็งในร่างกายและจะอยู่กับมะเร็งอย่างราบรื่นได้ เพราะเรายังมีอวัยวะต่าง ๆ อีกมากมาย ที่ใช้ประโยชน์ได้

ถ้าไปฝึกปฏิบัติหรือรังฟังเทศน์กับพระอาจารย์ดี ๆ ท่านจะสอนธรรมะที่หลักแหลม เช่น เน้นให้เรียนรู้ว่าตัวเองนั้นกำลังมีทุกข์ แต่ไม่ใช่เป็นทุกข์ ให้อยู่กับทุกข์แบบเข้าใจ

หนังสือข้อคิดธรรมะที่เขียนแบบเข้าใจง่าย อาจจะสอนว่าให้ผู้ป่วยมะเร็งและคนในครอบครัว สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อผู้ป่วย

เช่น การยิ้มแย้ม การมองธรรมชาติรอบตัวเป็นสิ่งสวยงาม การเปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้าน ที่ไม่ได้เน้นเรื่องการลงทุนทางทรัพย์ แต่เปลี่ยนด้วยคำพูดที่ดีต่อกัน

เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายใจและไม่ทุกข์ คนในครอบครัวเอง ก็ควรจะต้องหันมาศึกษาธรรมะ เพื่อให้เข้าใจแนวคิดธรรมะพื้นฐานในการเรียนรู้อยู่กับผู้ป่วยมะเร็ง

ในช่วงที่ให้คีโมนั้นจะพบว่าผู้ป่วยอาจจะทุกข์ทรมานใจ เพราะแทบจะกินไม่ได้ ร้อนภายในร่างกาย เจ็บปวด หรืออาการคลื่นไส้อาเจียณ

หากคนในครอบครัวไม่เข้าใจ ก็อาจจะสงสัยว่าทำไมผู้ป่วยกินไม่ได้ แล้วก็พยายามเคี่ยวเข็ญหรือใช้คำพูดที่แกมบังคับให้ผู้ป่วยต้องกินอาหาร ทั้ง ๆ ที่ผู้ป่วยกินยาก

แบบนี้ก็จะทำลายกำลังใจผู้ป่วยค่ะ ดังนั้น การที่คนในครอบครัวต้องมาฝึกจิตใจให้ละเอียดอ่อน อ่อนโยนขึ้นผ่านทางธรรมะ จะช่วยให้เข้าใจผู้ป่วยด้วย

เรื่องนี้จึงสำคัญมากค่ะ เพราะจิตของผู้ป่วยมะเร็งจะตกง่ายมาก และจะอ่อนไหวต่อคำพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะช่วงให้ยาคีโมนั้น จะมีผลต่อระบบสรีรวิทยาของร่างกายทั้งระบบ

พูดง่าย ๆ คือมีผลต่อทุกส่วนในร่างกาย ชนิดที่เรียกว่ามันทรมานนะคะ คนไม่เป็นอาจจะนึกภาพไม่ออกว่ามันจะเจ็บปวดในร่างกายยังไง

ดังนั้น เขาจะจิตตกโดยธรรมชาติของมนุษย์ค่ะ เพราะร่างกายมันแย่ มันทรุด กินอะไรก็ยาก ร้อนระอุ เจ็บปวดในร่างกาย แถมระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์เม็ดเลือดขาวก็ถูกทำลายด้วย

ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย หรือไม่ก็ร่างกาย แพ้คีโมจนเซลล์ดี ๆ สลายไปเรื่อย ๆ และสร้างใหม่ไม่ทัน (เพราะขาดสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์)

จากตรงนี้ จิตคนไข้ก็จะตกลงไปด้วย ซึ่งไม่มีทางที่ยาสมัยใหม่ใด ๆ จะมาช่วยได้เลยค่ะ

ยิ่งหากจิตตก โดยเฉพาะภูมิคุ้มกันโดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวตกลงได้ง่ายขึ้น

ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมากใช้หลักธรรมะทางพุทธศาสนาเพื่อฟื้นฟูจิตใจหรืออยู่กับความทุกข์จากมะเร็งได้ โดยฝึกเจริญสติ การทำสมาธิที่เรียกว่าอาณาปาณสติ ร่วมกับการแผ่เมตตา

โดยคนที่ไม่มีพื้นฐานเลย อาจจะต้องฝึกกับที่วัดหรือพระอาจารย์ (ผ่านคลิปฝึกก็ได้ แต่ถ้าไปวัดที่สายปฏิบัติได้จะยิ่งดีค่ะ)

แต่แนะนำให้ไปฝึกปฏิบัติที่วัดก่อน แล้วค่อยกลับมาฝึกเองที่บ้าน วัดที่ดูแลเรื่องผู้ป่วยมะเร็งมีหลายที่ค่ะ สามารถไปค้นหาได้เองนะคะ

บางแห่งมีอาจารย์หมอและพยาบาลจากจุฬาฯ มหิดล มาดูงานและนำเอาหลักธรรมะจากวัดไปใช้ในโรงพยาบาล

โดยเฉพาะพยาบาลที่ถูกเทรนมาด้านดูแลผู้ป่วยวิกฤตหรือระยะสุดท้าย จะนำเอาธรรมะไปใช้กับผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย ๆ ที่ รพ.ค่ะ

ในต่างประเทศ ได้ใช้หลักการทำสมาธิร่วมกับการเปลี่ยนแปลงอาหารที่กิน โดยเน้นอาหารธรรมชาติ

ในประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น จะให้ความสำคัญกับการดูแลอาหารผู้ป่วยมะเร็งใหม่เลยค่ะ แล้วก็ให้ข้อคิดหลักธรรมพื้นฐานไปช่วยฟื้นฟูผู้ป่วย

ในอเมริกามีการใช้หลักสมาธิบำบัด (คล้าย ๆ การทำอาณาปาณสติของพุทธค่ะ)

ในทางพุทธคือการฝึกอาณาปาณสติ การเจริญภาวนา การเดินจงกลม การแผ่เมตตา เพื่อฝึกให้จิตสงบ รู้เท่าทันทุกข์ภายในใจ รู้ว่ากำลังอะไร และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นตามความจริง

การแผ่เมตตา เป็นเรื่องที่สำคัญในพุทธศาสนาในการดูแลคนที่มีความทุกข์ในใจทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะทุกข์จากความรัก เจ็บป่วยทางร่างกาย รวมถึงโรคมะเร็ง

เพราะในทางพุทธศาสนาเรานั้น เชื่อว่าหลาย ๆ อย่างเป็นผลมาจากกรรมเก่าหรือผลของการกระทำที่เราเคยทำไว้ในอดีตชาติ รวมถึงชาติปัจจุบันด้วย

ซึ่งรายละเอียดตรงนี้คงไม่ขอพูด แต่มันมีจุดที่น่าคิดว่ามีความเป็นไปได้เช่นนั้น เพราะหลาย ๆ อย่างมันเอื้อให้คิดว่าเป็นเรื่องของวิบากกรรมถึงเป็นมะเร็ง

แต่ที่น่าจะทำให้เข้าใจได้ง่าย คือ กรรมที่เกิดจากการกระทำด้วยตัวเอง เช่น ชอบกินแต่เนื้อสัตว์ใหญ่บ่อย ๆ (กรรมก็คือการกระทำและผลการทำของเราเอง)

เมื่อเราชอบกินเนื้อสัตว์ใหญ่บ่อย ๆ ไขมันจากสัตว์ เนื้อปิ้งย่างต่าง ๆ ก็มีส่วนต่อการไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งง่าย เมื่อเทียบกับคนกินเนื้อปลา หรือกินผักบ่อยมากกว่า

แต่ในทางพุทธศาสนายังมองลึกซึ้งทางจิตกว่านั้น ในเรื่องเจ้ากรรมนายเวร ลงไปถึงระดับกรรมที่เกิดจากกระทำที่ทำร้ายร่างกายและจิตใจคนอื่นมาด้วยในภพชาติก่อนหรือชาตินี้

ดังนั้น ในทางปฏิบัติกับผู้ป่วยมะเร็ง จึงเน้นให้เขาสวดมนต์แผ่เมตตา เพื่อให้อภัย และขออโหสิกรรมต่อสรรพสัตว์ที่เราเคยล่วงเกิน รวมถึงที่เขาเคยเสียสละชีวิตมาเป็นอาหารให้เรา

นอกจากนี้ยังแผ่เมตตาไปถึงเจ้ากรรมนายเวรที่เราเคยพลาดพลั้งทำร้ายจิตใจเขาหรือทำร้ายเขาทั้งทางกายและใจในอดีตชาติ รวมถึงชาตินี้

การแผ่เมตตาคือการยึดหลักการให้อภัย การทำให้จิตใจที่ร้อนรุ่มกลายเป็นเย็น ลดความเครียดจากความแค้น อาฆาต พยายาท เพื่อให้ใจเราสงบ

รวมถึงการขออโหสิกรรมต่อบุคคลใด ๆ ที่เราเคยล่วงเกินไว้ เพื่อสบายใจ เพราะตอนคนไข้ที่ได้รับคีโมหรือหลังให้คีโมแล้ว จะจิตตกง่ายมากอย่างที่บอกไว้

ตอนป่วยมาก ๆ เราจะควบคุมจิตยากมากนะคะ แล้วคนไข้อาจจะรู้สึกนึกถึงการกระทำที่ตัวเองเคยทำไม่ดีกับใครไว้ด้วย

จิตมันจะย้อนอดีตไปค่ะ เพราะคนเราเวลาอยู่ในสภาวะวิกฤตใกล้ตาย หรือเฉียดตาย หรือเจ็บป่วยทรมานมาก ๆ จิตจะชอบนึกถึงอดีตที่เคยทำอะไรไว้

ทีนี้ถ้าทำแต่สิ่งไม่ดีไว้เยอะ (สร้างกรรมไม่ดีไว้มาก) มากกว่าทำบุญกุศล ทำอะไรที่มันเป็นกรรมดี จิตก็จะทุกข์หนักกว่าเดิมมาก ๆ เพราะภาพอดีตมันจะย้อนกลับมาค่ะ

แต่ถ้าทำบุญกุศล ทำสิ่งดี ๆ (สร้างกรรมดี) ไว้มาก ก็จะทำให้รู้สึกสงบง่าย และเข้าใจธรรมชาติชีวิตและฟื้นฟูร่างกายเร็ซ

แต่ด้วยความที่ว่าเราเป็นปุถุชนไงคะ เราก็คงเคยพลาดพลั้งทำสิ่งไม่ดีมาไว้บ้าง เราก็เลยอาจจะนึกไปถึงสิ่งที่ตัวเองเคยก่อกรรมไม่ดีไว้ด้วย

ดังนั้น การให้คนไข้ รวมถึงลูกตัวเอง หรือสามี สวดมนต์แผ่เมตตา ก็จะทำให้เกิดความสบายใจต่อการขออโหสิกรรมจากเจ้ากรรมนายเวรของเรา

รวมถึงให้อภัยและอโหสิกรรมให้กับคนที่เคยทำไม่ดีกับเราไว้ด้วย เพราะหากเรายังยึดมั่นถือมั่น แค้นเคืองใจเราก็จะทุกข์ ยิ่งไปกันใหญ่ค่ะ

คำว่าเจ้ากรรมนายเวรนั้นอาจจะไม่ใช่แค่ระดับวิญญาณที่เราไม่อาจรู้ได้ แต่หมายถึงเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นคนนี่แหละค่ะ

เช่น คนที่เราเคยไปล่วงเกินให้เขาเจ็บช้ำน้ำใจ หรือทำให้เขาเดือดเนื้อร้อนใจ ทำให้เขาเจ็บทางกาย และทางใจ ประมาณนี้ เขาก็เลยแค้นเคืองเรา

หรือ บุคคลที่เขามาทำร้ายจิตใจเรา หรือทำให้เราเคยทุกข์ใจมาก่อน แบบนี้ก็จัดว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรเช่นกันค่ะ

เมื่อเรายึดมั่นถือมั่นกับสิ่งที่คนอื่นเคยทำร้ายจิตใจเรา เราก็ทุกข์ง่าย จิตตกง่ายค่ะ การแผ่เมตตาจึงเป็นแนวทางออกที่ดีที่ทำให้จิตสงบได้

ในทางตรงกันข้าม เราอาจจะเคยพลาดพลั้งทำร้ายจิตใจใครมาไว้บ้าง ทั้งจำได้ และจำไม่ได้ ก็ต้องขออโหสิกรรมต่อเขา

ถ้าติดต่อได้ก็อาจจะโทรไปขออโหสิกรรมต่อกัน ถ้าติดต่อไม่ได้ก็ใช้วิธีการสวดแผ่เมตตา เพื่อให้เขาอโหสิกรรมให้เรา รวมถึงระดับวิญญาณที่เราไม่อาจรู้ได้ค่ะ

การทำเช่นนี้เพื่อให้จิตใจผ่องใส มีความสุข ปลดจากความทุกข์ที่เคยสะสมมาก่อน เพราะการสะสมทุกข์ในใจก็มีผลต่อสุขภาพกายนะคะ

นอกจากนี้ในช่วงการที่ผู้ป่วยมะเร็งมีความทุกข์ทางใจ หรือ เจ็บป่วยทางร่างกายด้วยโรคอื่นก็ได้ค่ะที่อยู่ในช่วงการรักษา บุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกันควรทำบุญถึงกันค่ะ

เช่น แม่ป่วย บุคคลที่เป็นสามีและลูกควรจะทำบุญกุศล สวดมนต์ให้กันประจำค่ะ

แล้วเจ้าตัวคนป่วยเขาเองก็ต้องใช้ธรรมะเข้ามาช่วยด้วย ทั้งการทำสมาธิ การภาวนา เจริญสติ การแผ่เมตตา และการทำไปบุญค่ะ

ทำไมแม่ป่วย หรือพ่อป่วย คนเป็นลูกถึงต้องทำบุญและสวดมนต์ให้กันด้วย มานึกตามหลักธรรมของทางพุทธศานาค่ะ

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า พ่อ แม่ ลูก คือบุคคลที่เคยทำกรรมร่วมกันมาก่อนในชาติก่อน (ทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดีก็ตาม) จึงมาเกิดร่วมกัน

ถ้ามองในแง่นี้ก็มีความสมเหตุสมผลตรงที่ดีเอ็นเอที่ลูกได้มาจากพ่อแม่ก็คือหลักฐานทางพันธุกรรมที่ได้มาอย่างละครึ่งหนึ่งของพ่อและแม่

แม้แต่เลือดเรา ก็เป็นหมู่เลือดที่ถูกกำหนดมาจากยีนของพ่อและแม่มาอย่างละครึ่ง

เราเคยเติบโตในท้องแม่ มีสารอาหารจากแม่หล่อเลี้ยง ไม่งั้นเราคงเติบโตมาไม่ได้

แล้วสิ่งที่ลูกเป็นตัวตนทุกวันนี้ นิสัยพื้นฐานบางอย่างก็จะมาจากพ่อแม่ด้วยบ้าง เพราะเคยเลี้ยงดูตอนเยาว์วัย แม้ตอนหลังอาจจะได้รับอิทธิพลจากเพื่อนและสิ่งแวดล้อมอื่นก็ตาม

ดังนั้น ความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความจำเพาะ จึงถือว่ามีกรรมร่วมกันมา ตั้งแต่อดีตชาติ ถึงมาเกิดร่วมในครอบครัวนี้

ดังนั้น หากที่บ้านมีพันธุกรรมเป็นมะเร็งมาก่อน ลูกก็ย่อมมีโอกาสที่จะมียีนที่เสี่ยงต่อการเกิดเป็นมะเร็งได้ง่ายขึ้นกว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในครอบครัวที่มีประวัติเป็นมะเร็ง

แม้ว่ามะเร็งอาจจะเกิดจากการกินอาหารบางอย่างไม่เหมาะสม หรือมีสารพิษจากสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกระตุ้น แต่ปัจจัยทางพันธุกรรมก็เป็นส่วนหนึ่งด้วย

ดังนั้น หากแม่ หรือ พ่อป่วยเป็นมะเร็ง นั่นคือสัญญาณเตือนให้เราคิดแล้วว่า เราอาจจะมีความเสี่ยง (ถือว่ามีกรรมร่วมกันนะ)

การทำบุญกุศล การทำทาน การฝึกสวดมนต์แผ่เมตตา ให้กันและกัน คือการฝึกทำให้จิตใจผ่องใส มีจิตกุศล และลดจิตใจที่ขุ่นมัว ที่ทำให้เกิดความเครียด

การที่เราจิตใจขุ่นมัว (เครียดนั่นเอง) เป็นประจำก็เป็นบ่อเกิดให้เกิด oxidative stress และการสร้างสารอนุมูลอิสระสูงในร่างกาย (อันนี้มีงานวิจัยฝรั่งรับรองนะคะ)

การที่มีสารอนุมูลอิสระในร่างกายสูงก็ย่อมเสี่ยงต่อการไปทำให้เซลล์เมมเบรน และสารพันธุกรรมในเซลล์ (ยีนต่างๆ) เสียสภาพง่าย แล้วก็กลายเป็นมะเร็งได้ง่ายขึ้น

ยิ่งมีพันธุกรรมเสี่ยงเป็นมะเร็งจากประวัติครอบครัวอยู่แล้ว ความเครียด จิตขุ่นมัว ก็ย่อมไปทำให้เกิดเป็นมะเร็งได้ง่ายขึ้นค่ะ

ดังนั้น การที่เห็นว่าคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็ง (ที่ทางพุทธศานามองว่าเป็นกรรมอย่างหนึ่ง) ก็ต้องหมั่นทำให้ตัวเองมีจิตใจผ่องใส จิตกุศลผ่านการทำบุญและสวดมนต์ประจำ

นอกจากนี้ยังฝึกเจริญสติ ทำสมาธิ เพื่อซ้อมกับการเผชิญความทุกข์ต่าง ๆ ทั้ง ทุกข์น้อย ทุกข์มาก ก่อนจะเจอทุกข์การสูญเสียครั้งใหญ่แบบที่ตั้งตัวและไม่ได้ตั้งตัวในอนาคต

ลองคิดดูว่าหากเรามีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง หรือต่อให้ไม่เป็นมะเร็ง แต่มักเป็นคนประเภทจิตใจขุ่นมัวง่าย เพราะ

ชอบคิดร้าย คิดไม่ดี (มีมโนกรรมไม่ดีบ่อย) ว่าร้าย พูดร้าย ชอบด่าว่าคน (มีวจีกรรมไม่ดี) ก็จะมีผลต่อจิตใจตนเอง โอกาสที่จะทำให้เกิด oxidative stress ก็จะมากขึ้นด้วย

เมื่อเกิด oxidative injury ภายในเซลล์บ่อย ๆ ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่าง ๆ รวมถึงโรคมะเร็งนะคะ

ส่วนความเครียดหรือทุกข์ใจแบบไม่รู้ตัว ก็อาจจะทำให้เป็นโรคกระเพราะอาหารได้ง่าย นี่ก็เห็นว่าเป็นผลจากจิตที่ไม่สะอาด ที่สะสมมโนกรรม วจีกรรม รวมถึงกายกรรมไม่ดีไว้บ่อยๆ

การที่คน ๆ หนึ่งจะมีสุขภาพจิตดี หรือ สุขภาพจิตแย่ ก็จะสังเกตได้จากวิธีการคิด แล้วสุขภาพจิตแย่ก็มักจะมีผลต่อสุขภาพร่างกาย และผิวพรรณเขาด้วย

แม้เจ้าตัวจะบอกว่าตัวเองไม่แคร์ ไม่ทุกข์ใจ จะขยันสร้างวจีกรรมด่าคนไปเรื่อย ๆ ก็ตาม แต่จิตใต้สำนึกลึก ๆ มันสะสมความทุกข์เรื่อย ๆ

จนร่างกายมันก็จะเกิด oxiative stress ไปเรื่อย ๆ จนทำให้มีผลต่อการเป็นโรคนั่นโรคนี่ง่าย และทำให้มีปัญหาด้านสุขภาพจิตแบบไม่รู้ตัวด้วยค่ะ

ดังนั้น หลักธรรมของทางพุทธศานา จึงต้องเน้นเรื่องการคิดก่อนเลยค่ะ คือ คิดในทางที่ดี (คิดแบบกุศล) ก็คือมีมโนกรรมที่ดี ก็จะพูดในสิ่งที่ดี และทำในสิ่งที่ดีด้วย

กรรมทางความคิดจึงเป็นกรรมที่หนักที่สุด ทั้งหนักในด้านการลงแรงคิด และหนักตอนมันย้อนกลับมาคืน ทำให้เป็นทุกข์ใจ เมื่อทุกข์ใจก็จะมีผลต่อสุขภาพร่างกายตามมา

ดังนั้น การจะเข้าใจการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ทุกคนในครอบครัวต้องเริ่มต้นฝึกมโนกรรมให้เป็นไปในทางบวก เริ่มตั้งแต่การเริ่มต้นทำบุญกับพระและวัด กับคนด้อยโอกาส

การสวดมนต์ เจริญภาวนา การทำสมาธิเพื่อเจริญสติ แล้วใช้สติระลึกการกระทำของตน หากทำสิ่งไม่ดีไว้ก็แผ่เมตตา ขออโหสิกรรม แล้วก็เริ่มต้นแก้ไขปรับปรุงตนเอง

จากนั้นก็มีจิตอยู่กับปัจจุบัน ปล่อยวางความทุกข์ที่มันเกิดขึ้นแล้ว เรียนรู้ที่จะอยู่กับทุกข์ให้มีความสุข

หากไม่มีการแก้ไขปรับปรุงตัว และขออโหสิกรรม ผ่านการสวดมนต์แผ่เมตตา ก็อาจจะทำให้จิตยังขุ่นมัวอยู่ เพราะยังไม่รู้จักการปล่อยวาง การให้อภัยต่อกันและกัน

ซึ่งก็ตรงกับหลักธรรมะของคริสต์คือการฝึกคิดบวกแบบมองโลกในแง่ดี การมีเมตตา การเสียสละ และการให้ทาน เป็นต้น ค่ะ


ในทางพุทธศานานั้น การสวดมนต์ก็ต้องสวดด้วยจิตกุศล เพื่อระลึกถึงพระพุทธคุณของพระพุทธเจ้า ผู้ให้กำเนิดพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

นอกจากนี้ก็เป็นการสวดมนต์เพื่อขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์ที่เราเคยล่วงเกินและทำร้ายร่างกาย หรือระลึกขอบพระคุณที่เขาเคยเสียสละร่างกายเป็นอาหารเรา

เมื่อลูกและสามีไปทำบุญ ก็ไปทำด้วยจิตกุศล โดยไม่ได้หวังผลตอบแทนใด ๆ นะคะ

คือทำเพื่อระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า ผู้ให้กำเนิดหลักธรรมคำสอนที่เป็นประโยชน์ต่อคนจำนวนมาก และทำให้มีพุทธศาสนามาจนถึงตอนนี้ มีพระสงฆ์ผู้เป็นสาวกสืบทอดศาสนา

นอกจากนี้ยังระลึกถึงคุณของพระอาริยสงฆ์ ผู้สั่งสอนธรรมที่ดีให้กับพุทธศาสนิกชน ทำบุญโดยไม่มีข้อสงสัยในคุณงามความดีของพระสงฆ์ใด ๆ ถึงจะได้บุญนะคะ

การทำบุญเช่นนี้ คือการทำให้เราเป็นผู้เสียสละความเห็นแก่ตัวอย่างแท้จริง แล้วก็มีจิตตั้งมั่นว่าเราจะยึดพระพุทธเจ้าเป็นที่ตั้ง และก็ช่วยทำนุบำรุงศาสนาอย่างแท้จริง

แม้จะทำบุญกับพระสงฆ์ที่ปฏิบัติไม่ชอบ หรือทำผิดพระวินัยจนอาบัติซ้ำๆ หรือเป็นอลัชชีที่แฝงตัวมา ก็ยังได้บุญ ถ้าจิตตอนทำบุญเป็นกุศล

คือระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้าและศรัทธาในธรรมะของพระองค์จริง ๆ

ส่วนพระสงฆ์นั้นหากไม่ปฏิบัติดี เป็นอลัชชี เวรกรรมจะตามสนองเอง ไม่เร็วก็ช้า ตามหลักกฎแห่งกรรมเสมอค่ะ

แต่ย้ำว่า ตอนทำบุญไม่ต้องไปสงสัยและคิดไม่ดีต่อพระสงฆ์นะคะ ไม่งั้นไม่ได้บุญเลยค่ะ

การคิดแบบนี้ คือเป็นการทำให้ใจเราเป็นผู้ให้อย่างแท้จริงและไม่หวังผลได้ แต่คุณงามความดีที่เราทำนี้จะเกิดกุศลต่อบิดา มารดาเราจริง ๆ

เพราะคลื่นความคิดนั้นของเราจะสว่าง จะมีแต่จิตแบบกุศล มันจะมีผลต่อพ่อแม่เราจริง ๆ ค่ะ เพราะเราเป็นผู้เบิกบาน ผู้สว่างทางธรรม เป็นผู้เสียสละ ผู้ให้แบบไม่หวังผล

จิตเราจะสะอาดขึ้น บริสุทธิ์ขึ้น หน้าตาก็แจ่มใส คนเจอก็จะรู้สึกอิ่มเอม ดังนั้น ผู้ป่วยมะเร็งหากเจอคนแบบนี้ เช่น เจอลูกที่ไปทำบุญแบบจิตกุศลมาก็จะสัมผัสได้ค่ะ

เพราะความเบิกบานทางจิต คลื่นความคิดแบบสุขนั้นก็สัมผัสกันได้นะคะ

ถ้านึกภาพไม่ออก ลูกเป็นคนชอบคิดลบ ชอบว่าร้ายคนอื่น ชอบด่าว่าคนอื่นหยาบคาย เป็นคนแรง ๆ นึกภาพดูสิคะ จิตลูกจะขุ่นมัวแค่ไหน

ซึ่งเจ้าตัวจะไม่รู้ตัวเลยค่ะจิตตัวเองขุ่นมัว เพราะทำจนติดนิสัย จนชิน จนไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีคลื่นความคิดเชิงลบ ซึ่งไอ้คลื่นความคิดทางลบนี่แหละค่ะทำให้ผู้ป่วยหม่นหมองไปด้วย

เราสังเกตได้ง่าย ๆ คนที่มักว่าร้ายคนอื่น หรือทำร้ายคนอื่นทั้งใจ ทางกาย มักจะมีสีหน้าไม่สดใส หม่นหมอง เจอหน้าเราก็มักจะเห็นสีหน้าเขาคร่ำเครียด ดูไม่โอเค

เราก็จะสัมผัสได้ใช่ไหมคะว่า เขามีคลื่นความคิดทางลบ ไม่น่าเข้าใกล้ แบบนี้เขาก็จะทำให้ผู้ป่วยมะเร็งที่เห็นมีจิตใจห่อเหี่ยวไปด้วย

นี่จึงเป็นที่มาของหลักธรรมของฝั่งพุทธว่าต้องฝึกทำบุญกุศล ทำทาน ทั้งทำที่วัดบ้าง กับคนที่ด้อยโอกาสทางสังคมหรือคนยากไร้ สัตว์อนาถา อะไรก็ได้

แต่จะต้องทำที่วัดด้วยนะคะ เพื่อเป็นการระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้าผู้ให้กำเนิด พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โดยเฉพาะหลักธรรมคำสอนที่เป็นประโยชน์มากมาย

ส่วนของทางคริสต์ที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็งด้วยหลักธรรม เขาก็อาศัยหลักการทำให้สิ่งแวดล้อมของผู้ป่วยเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีค่ะ

ซึ่งสิ่งแวดล้อมในที่นี้คือสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและชีวภาพค่ะ โดยเฉพาะคนรอบข้างต้องคิดบวก จิตใจแจ่มใส แล้วก็เอาคำสอนของพระเจ้าที่เป็นแนวคิดทางบวกมาใช้

ซึ่งหลักธรรมะพื้นฐานของคริสต์ที่ให้ผู้ป่วยและญาติหรือลูกปฎิบัติ ก็เน้น การเสียสละ การให้ทาน การมีเมตตา การยอมรับความจริง

จะเห็นว่าคล้าย ๆ กันกับการฝึกทำแผ่เมตตาและไปทำบุญของทางพุทธค่ะ เพราะการแผ่เมตตาของเราก็คือการยอมรับความจริง การมีจิตเมตตา ให้อภัยและอโหสิกรรมต่อกันและกัน

ย้ำนะคะว่าต้องยอมรับก่อนว่าเคยก่อกรรมอะไรไว้บ้างในชาตินี้ที่พอระลึกได้และยอมรับว่าตัวเองตอนนี้มีมะเร็งนะ แต่จะสู้กับมัน นี่คือหลักธรรมะพื้นฐานจริง ๆ ค่ะ

การใช้ธรรมะเพื่อช่วยบำบัดโรคของผู้ป่วยมะเร็งมีรายละเอียดอื่นอีกค่ะ แต่หลัก ๆ ก็ตามที่กล่าวข้างต้นค่ะ

เราสามารถอ่านแล้วก็ศึกษาจากคำพูดที่มีผู้แนะนำ หรือพระอาจารย์ที่ท่านได้แนะนำผ่าน youtube ก็ได้ค่ะ แต่อาจจะฝึกยากสักหน่อยสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานน้อย

ทางที่ดีก็คือควรพาผู้ป่วย (รวมถึงตัวเองก็ควรฝึกด้วย) ไปฝึกที่วัดกับพระสายปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ซึ่งยังมีหลายวัดที่ดี ๆ เลยค่ะ

แต่ที่ขึ้นชื่อหน่อยก็คือวัดคำประมงที่จังหวัดสกลนครนะคะ ที่เป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะต่าง ๆ รวมถึงระยะสุดท้ายค่ะ

ผู้ป่วยมักมีสุขภาพดีขึ้น แม้หลังให้ chemotherapy แล้วก็ต้องฝึกธรรมะเพื่อเจริญสติและอยู่กับความทุกข์แบบสุขใจ เพื่อป้องกันไม่ให้มะเร็งกลับมาหรือลุกลาม

ที่วัดนี้เปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลแล้วนะคะ มีทีมแพทย์จากจุฬาฯ มหิดล มาศึกษาดูงานประจำ แล้วก็มีนักวิจัยมาศึกษาดูงานประจำ

ที่วัดคำประมงจะเน้นทั้งดูแลสุขภาพจากอาหารธรรมชาติบำบัด และก็ดูแลจิตใจจากธรรมะ ทั้งสองอย่างที่นำมาใช้ร่วมกันช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากดีขึ้นค่ะ

แม้บางคนจะจากไป (เพราะเป็นมะเร็งระยะท้าย ๆ) แต่ก็จากไปแบบสงบค่ะ เพราะธรรมะช่วยให้ดับทุกข์และความเจ็บปวดทางจิตและกายได้

โลกนี้ไม่มียาวิเศษอะไรที่จะรักษาและเยียวยาจิตใจที่เป็นทุกข์ได้ (รวมถึงทุกข์ใจจากการเป็นมะเร็ง) นอกจากธรรมะค่ะ

ธรรมะจากพุทธศานาก็คือหนึ่งในนั้นที่จะช่วยบำบัดทุกข์ได้ค่ะ

ลองแนะนำคนใกล้ตัวและคนในครอบครัวคุณที่มีผู้ป่วยมะเร็งหรือมีปัญหาสุขภาพกายอื่น ๆ รวมถึงมีทุกข์ทางใจมาเรียนรู้ธรรมะเพิ่มดูนะคะ

หวังว่าข้อเขียนนี้จะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

หมายเหตุ ไม่รู้เขียนแล้วอ่านรู้เรื่องไหมนะคะ อาจจะวกไปมาบ้าง เพราะเขียนหลังจากทำงานจนเพลียค่ะ กรี๊ดดดดดดดดด


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ปรีดาภรณ์
Guest

16. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #15
 
27-Jun-18, 09:39 AM (SE Asia Standard Time)
 
  
ลืมพูดไปว่า ธรรมะ หรือ ธรรม ในทางพุทธศานา ก็คือ กฎของธรรมชาติและการเรียนรู้กฎของธรรมชาติ

รวมถึงหน้าที่ที่เราต้องปฏิบัติตามกฎธรรมชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองเดือดร้อน เบียดเบียนคนอื่น และทำให้จิตใจตนเองและคนรอบข้างเป็นสุข ไม่เป็นทุกข์ หรือมีทุกข์ก็อยู่กับทุกข์ได้

การดูแลผู้ป่วยมะเร็งในระยะใด ๆ ก็ตาม จึงควรให้ธรรมะมาสอดแทรกเสมอ อาจจะให้หนังสือธรรมะ หรือการพาคิดด้วยข้อคิดทางธรรมะ

หากไม่ได้นับถือศาสนาพุทธก็ใช้ข้อคิดจากศาสนาพุทธได้ค่ะ เพียงแต่เลือกหมวดธรรมที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ และเลี่ยงการใช้คำพูดแบบพุทธ

ส่วนหลักธรรมดี ๆ จากศาสนาอื่นก็นำมาผสมประยุกต์ใช้ร่วมกันได้ค่ะ เพราะหลักสำคัญคือการเข้าใจธรรมชาติชีวิต

ส่วนการเป็นมะเร็งประเภทไหนก็ตามนะคะ ไม่ว่าจะอยู่ในระยะอะไร ก็มีความเสี่ยงต่อการที่จะเกิดเป็นมะเร็งได้อีกรอบค่ะ หรือเกิดการลุกลามได้

ดังนั้น ไม่มีข้อการันตีทางการแพทย์ใด ๆ 100% ว่าหลังรักษาด้วยการผ่าตัด ให้คีโมและฉายแสงอะไรก็ตามเสร็จแล้วจะไม่มีโอกาสเกิดเป็นอีกหรือไม่ลุกลามอีกหรอกนะคะ

ดังนั้น การใช้ธรรมะเพื่อช่วยให้จิตสบาย มีสุข มีทุกข์ก็ยอมรับได้ ทำให้จิตเรียนรู้กับการมีมะเร็งเป็นเพื่อน และยอมรับการมีมะเร็ง

เมื่อหายแล้วก็ยังต้องใช้ธรรมะเป็นเครื่องมือทางจิตป้องกันไม่ให้เรามีความเครียดง่าย ไม่ให้จิตขุ่นมัวบ่อย ไม่ไปก่อกรรมทั้งทางความคิด ทางคำพูด และลงมือทำไม่ดีกับใคร

เมื่อจิตเราสงบ คิดดี พูดในสิ่งที่ดี ทำในสิ่งที่ดี หมั่นทำบุญกุศล ทำทานด้วยจิตกุศล ไม่หวังใด ๆ ตอบแทน ชีวิตที่มีจิตใจสงบ ก็จะลดโอกาสการกลับมาของมะเร็งลงได้ค่ะ

สุขภาพจิตดี สุขภาพกายก็ดีตาม สุขภาพจิตแย่หรือมีทุกข์ สุขภาพกายก็ย่ำแย่ตามไปได้ค่ะ เพราะ จิตและกายสัมพันธ์กัน

ดังนั้น จะรักษาโรคแค่ทางกายด้วยยาอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะคะ

ตอนนี้คนยังไม่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงอะไร ก็อย่าใช้ชีวิตประมาทนะคะ ดูแลทั้งเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การใช้ธรรมะช่วยให้จิตใจเราเป็นสุข

หากเคยป่วยหนัก หรือเคยทุกข์ทางใจมากเหลือเกิน เมื่อหายป่วยแล้วก็อย่าประมาทเช่นกัน

คิดง่าย ๆ เลยว่า การไม่เบียดเบียน สร้างกรรมไม่ดีทำร้ายใครทั้งความคิด คำพูด และการกระทำ ชีวิตเราก็จะลดความเสี่ยงต่อการเจอสิ่งไม่ดี

รวมถึงลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้เยอะเลยค่ะ ลองศึกษาธรรมะ กฎของธรรมชาติดูนะคะ ก่อนที่มันจะสายเกินไป

สุดท้ายนี้หากผู้อ่านท่านใด มีพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ป่วยเป็นมะเร็งอยู่ก็ขอให้ท่านหมั่นสร้างบุญกุศลมาก ๆ อย่าประมาททางธรรมนะคะ

ดิฉันก็ขอให้บุญกุศลใด ๆ ที่ท่านมีนั้น ช่วยให้พ่อ แม่ หรือ ญาติพี่น้องท่านที่กำลังป่วยอยู่ให้หายป่วย หรือพ้นทุกข์เร็ว ๆ นะคะ

ถ้าคุณทำดีเต็มที่แล้ว สุดท้ายท่านก็จากไป ก็ถือว่าคุณได้ทำดีเต็มที่แล้ว บุญกุศลที่ทำย่อมนำพาท่านไปสู่ทางที่ดีค่ะ



  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boyplaza.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ปรีดาภรณ์
Guest

17. "RE: (กระทู้วิชาการ) อยากทราบว่ามะเร็งบางชนิดมีความเสี่ยงจากการกินอาหารบางประเภทหรือไม่ เชิญมาอภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นครับ "
In response to message #16
 
11-Jul-18, 06:43 PM (SE Asia Standard Time)
 
  
มีงานวิจัยของทั้งอเมริกา อังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น อีกหลายประเทศ ได้หันมาใช้แนวคิดเรื่อง สมาธิบำบัด จิตบำบัดด้วยวิธีระลึกสติของหลักพุทธ

โดยระบุว่าการฝึกจิตให้สงบโดยใช้แนวคิดหลักธรรมจากศาสนาต่าง ๆ โดยเฉพาะจากพุทธ ช่วยลดความเครียด ความกังวล และทำให้ปรับสมดุลฮอร์โมนร่างกาย

ทำให้ผู้ป่วยมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมมีโอกาสรอดชีวิตสูง

การทำสมาธิบำบัดยังช่วยลดความเจ็บปวด และความเครียด ความกลัวต่าง ๆ ในช่วงทำการทรีทต์คีโม นอกจากนี้ยังทำให้คนไข้ลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นมะเร็งซ้ำอีกด้วย

ซึ่งมีงานวิจัยรับรองจากทั้งอเมริกา อังกฤษ และญี่ปุ่น ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ ทำให้เป็นแนวทางการใช้บำบัดแบบที่เรียกว่า psychoneuroimmunological therapy

ทำให้กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันผ่านการบำบัดทางจิตใจและความตึงเครียดของระบบประสาท

นอกจากนี้ยังงานวิจัยล่าสุดที่เกาหลีใต้ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ก็ทำการศึกษาเรื่อง spirituality กับโอกาสรอดของผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งพบว่าให้ผลทางบวกต่อการรักษามะเร็ง

มีงานวิจัยอ้างอิงว่าคนไข้ที่ยึดหลักธรรมศาสนาตนเอง รวมถึงมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แล้วตั้งเป้าหมายว่าจะทำสิ่งที่ดี จะช่วยให้มีโอกาสรอดสูง

แล้วผู้ป่วยก็ลดความเครียด ลดความเจ็บปวดจากการรักษาด้วยคีโมด้วยค่ะ

แนวคิดสมาธิบำบัดจากพุทธกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะการทำสมาธิแบบพุทธค่อนข้างพิเศษกว่า ไม่ใช่แค่หลับตาแล้วกำหนดลมหายใจเฉย ๆ นะคะ

แต่การระลึกสติด้วย จะช่วยให้รู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองและก็มองโลกในแง่ตามจริงและเป็นบวกต่อตนเอง ทำให้อยู่กับโรคร้ายได้แบบไม่กลัว

ข้อมูลเหล่านี้สอดคล้องกับที่มีคนไข้ในไทยจำนวนมาก ที่ใช้หลักธรรมคำสอนพระพุทธเจ้าและทำสมาธิร่วมด้วยในการรักษามะเร็งร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบัน ทำให้มีโอกาสรอดชีวิตสูง

เคยเจอคนไข้มะเร็งบางคนเป็นมะเร็งระยะท้าย ๆ หมอบอกจะอยู่ได้อีกไม่เกิน 1 เดือน 3 เดือน แต่แล้วกลับดีขึ้นอยู่ได้อีกหลายปี เพราะใช้หลักธรรมและทำสมาธิบำบัด

นอกจากนี้บางคนก็หมั่นทำบุญร่วมด้วย ก็อาจจะเป็นว่าตั้งจิตให้มั่นว่าจะทำความดี

เหมือนงานวิจัยที่เขาระบุว่าการมีศักดิ์สิทธิ์ในใจแล้วมุ่งมั่นใช้ชีวิตที่เหลือทำสิ่งที่ดี ทำให้อยู่ได้นานขึ้น

มีคนไข้บางคนป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย หมอที่รักษาที่ รพ.รัฐ อันดับต้น ๆ ของประเทศ คุณหมอบอกว่าจะไม่รอดแล้ว ให้คีโมจนรับไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

พอลูกหมั่นไปทำบุญมากขึ้น ตั้งมั่นว่าจะทำแต่สิ่งที่ดีเพื่อระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า แล้วก็พาพ่อเขาสวดมนต์ ทำสมาธิ เจริญภาวนา (เป็นหลักสมาธิขั้นสูงของพุทธ) โดยปฏิบัติที่วัด

ปรากฎว่าอาการที่เป็นหนักอยู่กลับค่อย ๆ ดีขึ้น จนคุณหมอที่รักษาระดับมือหนึ่งของประเทศ ยังงงว่าเป็นไปได้ยังไง

เรื่องนี้ไม่ใช่มีแค่เคสเดียวนะคะ มีหลายเคสแล้วด้วย จึงเป็นที่มาว่าทำไมหมอที่ต่างประเทศ จึงเริ่มมาสนใจแนวคิดสมาธิบำบัดและใช้หลักธรรมมาประกอบการรักษาด้วย

ส่วนที่ไทยก็มีวัดบางแห่งเป็น รพ.สงฆ์ ที่รับผู้ป่วยนอก เข้ามาดูแล แล้วพาฝึกสมาธิบำบัด และใช้ข้อคิดธรรมะ ประคองสติผู้ป่วยและดูแลจิตใจ จนคนไข้อายุยืนยาวนาน

จากที่หมดหวังก็ชีวิตยืนยาวกว่าเดิม คนเรานะคะ หากเป็นพ่อแม่เรา หรือคนที่เรารัก มีชีวิตยืนได้อีกแค่ 1 อาทิตย์ 1 เดือนก็ดีใจแล้วค่ะ แต่บางคนนี่ต่ออายุได้อีกหลายปีเลยค่ะ

เดี๋ยวถ้าว่างจะมาเขียนแนะนำค่ะ ขออนุญาตดันกระทู้ไว้ก่อนค่ะ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top

Conferences | Topics | Previous Topic | Next Topic

*** ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง
ห้ามโพสข้อความ รูปภาพ ไฟล์ที่มีลิขสิทธิ์ ที่สร้างความเสียหายให้แก่บุคคลอื่น
ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link "แจ้งลบข้อความ" ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือแจ้งมาได้ที่ ryubedroom@yahoo.com

Our Sponsor


Copyright Palm-Plaza,Inc. All Rights Reserved.


 free counters