Go back to previous page
Forum URL: https://www.palm-plaza.com/cgi-bin/CCforum/board.cgi
Forum Name: Story Club
Topic ID: 277
Message ID: 51
#51, RE: คำสารภาพของเด็กขาย ของคุณดิน
Posted by ดิน on 22-Dec-11 at 11:13 PM
In response to message #0

บทที่ 28 เด็กเลี้ยง เลี้ยงเด็ก (1)

นั่งเล่าชีวิตเด็กขายมาป่านนี้ มีคนสงสัยไม๊ครับ ว่า ไอ้ดิน ที่รูปร่างอย่างงี้ ของใหญ่ + เสริมหัวรบพิเศษแบบนี้ เอาเก่งแบบนี้ ไม่มีคนสนใจเอาไปเลี้ยงมั่งเรอะ...

มีครับ... มีลูกค้าหลายคนที่มาเสนอกับผมทำนองนี้... แต่เท่าที่ผมเห็น... ชีวิตเด็กขายที่ไปอยู่กับลูกค้า ไม่เห็นมีใครรอดสักเท่าไร... (ไม่ได้บอกว่าไม่มีนะครับ...) ยิ่งตัวผมเองที่ค่อนข้างจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ทำให้ผมปฏิเสธ การที่จะเป็นเด็กเลี้ยงของใคร และอย่างที่บอกไว้ในบทก่อนๆ ว่า วันนึง ผมจะหันหลังให้กับวงการนี้... ทำให้ผมรอดมาได้... เรื่องราวเป็นมายังไง ลองมาฟังดูนะครับ

.........................................................................................................

พี่ภูเป็นชายวัยประมาณสี่สิบห้า ท่าทางภูมิฐาน เป็นลูกค้าขาประจำคนนึงของร้าน มาทีไรก็จะเปิดเหล้านอก เรียกเด็กมานั่งทีละสองสามคน แล้วก็ขึ้นไปร้องเพลง... ทีละหลายๆ เพลง... คุยเสียงดัง...

ที่จริง ผมไม่ใช่เด็กที่เป็นสเป็คของพี่ภูหรอกครับ พี่ภูมาที่ร้านเพราะติดเด็กอีกคนนึง ชื่อเจ้ารุจน์ แต่ เจ้ารุจน์ไม่ชอบไปกับพี่ภูเพราะ พี่ภูบ้านอยู่ไกล มันกลับไม่ได้... เจ้ารุจน์มีเมียเป็นหญิงครับ ไปค้างไม่ได้ (ผมก็งง กับมันเหมือนกัน... ให้ผัวขายเอ็นหาเลี้ยง แต่ห้ามไปค้าง...)

แล้วกิตติศัพท์ของพี่ภูอีกอย่าง ก็คือ อ๊อฟเด็กไม่เคยซ้ำหน้า นอกจากเจ้ารุจน์...

วันนี้ พี่ภูมาที่ร้าน ด้วยอาการมึนเมานิดๆ มาถึงก็ถามหาเจ้ารุจน์กับพี่ปิ๊ก

“ปิ๊ก วันนี้ รุจน์มาเรอะเปล่า”

“มาครับ... แต่ อ๊อฟไปตั้งแต่หัวค่ำ”

พี่ภูทำหน้าผิดหวัง แต่ก็เปิดเหล้านอกตามเคย... พอได้ที่ ก็ ขึ้นไปร้องเพลง... อยู่หลายเพลง... พอลงมาก็บอกพี่ปิ๊กที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ปิ๊ก... หาเด็กให้คนนึงสิ... เด็ดๆ นะ”

พี่ปิ๊กมองไปรอบๆ เพื่อดูว่ามีใครอยู่บ้าง... แล้วกวักมือเรียกผมที่นั่งอยู่ไม่ไกล

“ดิน นั่งกับพี่ภูสิ”

ผมยกมือไหว้ พี่ภู ที่มองผมอย่างพิจารณา “ทำไมพี่ไม่เคยได้คนนี้ล่ะ”

พี่ปิ๊กหัวเราะเบาๆ “ก็พี่มัวแต่มองใครอยู่ล่ะ... เจอคนนี้เข้าไป สงสัยจะลืมเจ้ารุจน์แหง๋ๆ”

พี่ภูมองพี่ปิ๊กอย่างสงสัย แต่พี่ปิ๊กก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น....

.........................................................................................................

บ้านพี่ภูอยู่ไกล... เกือบถึงแยกรังสิต... ปทุมธานี เป็นบ้านแฝดที่พี่ภูซื้อทั้งสองด้าน แล้วเจาะทะลุต่อกัน ทำให้ใหญ่โตกว้างขวางไม่เบา

พี่ภูพาผมไปในห้องนอน เปิดไฟดวงเล็กข้างๆ เก้าอี้โซฟาในห้องนอน ก่อนจะยื่นผ้าเช็ดตัวกับกางเกงขาสั้นให้... ผมใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำไม่นาน ออกมาพี่ภูก็เข้าไปอาบบ้าง...

ครับ... ฉากต่อไปคงเดาไม่ยากใช่ไหมครับ... งั้น... ไม่เล่าดีกว่านะ... ??????...... อ๊วะ...ล้อเล่งงงงงง

อันที่จริงมันก็ไม่มีอะไรครับ... ผมกำลังจูบไซ้พี่ภูอยู่ พอพี่แกล้วงลงไปเจอ จรวดหัวรบแบบพิเศษของผม พี่แกถึงกับผวาเฮือก ผลักผมออก เปิดไฟหัวเตียงดูอย่างตื่นๆ...

“โอ้โฮ... ดิน... ทำไมมันเยอะอย่างนี้ล่ะ...” พี่ภูถามผมที่นั่งถ่างขาให้แกดู ถนัดๆ...

“อะไรครับ K หรือมุก...” ผมถามยิ้มๆ...

“ทั้งสองอย่าง... อูยซซซ กูตายแน่....”

ผมกอดแกอีกที เลียที่ติ่งหู ก่อนจะกระซิบ... “ไม่หรอกครับ ผมไม่เคยทำใครจนตายสักที...มีแต่ร้องเอาอีกๆๆ ทั้งนั้น...”

พี่ภูตีแขนผมดังเผี๊ยะ...

ที่แกบอกว่ากูตายแน่ๆ... น่ะไม่จริงครับ เพราะเอาจริงๆ แล้วมันก็ไม่ยากเท่าไร (ไอ้ดินเอาจริงทั้งนั้น แต่แตกหลอกๆ น่ะเคย)... เพราะเท่าที่ผมรู้ ไอ้รุจน์ ก็ไม่เบา... ถึงจะไม่ “คิงส์ไซด์” เหมือนผมแต่ มันก็เป็นผู้ชายธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเหมือนกัน...

ไอ้ตอนเอาใส่น่ะไม่ยากเท่าไร แต่พอผมเริ่มขยับด้วยลีลา “ขั้นเกียรตินิยม” พี่ภูก็พี่ภูเหอะ... ครางระงมไปเหมือนกัน... ผมทั้งซอย บด คว้าน... แบบที่พี่ปิ๊กเคยบอกว่า เอวผมอย่างกับติดสปริง... แถมผมยังใช้มือชักของแกตามจังหวะการกระแทกของผมไปด้วย... เล่นเอาพี่แกเกร็งสุดๆ....

“อูยซซซ ดิน... พี่เสียว... อาซซซซ”

พี่ภูกอดผมแน่น ตอนแกน้ำแตกออกมาอย่างรุนแรง จนไปถึงหน้าอกแก... พอส่งแกถึงสวรรค์ ผมก็เร่งเครื่อง อย่างรวดเร็ว... จนแตกตามแกไปจนได้...

“อูยยซซซ พี่ภูครับ...”

ผมคราง ตอนถึงจุด กดสะโพกกับก้นแกแน่น หลั่งน้ำเงี่ยนเป็นระลอกเข้าไปในตัวแก... จนกระทั่งหยุดการเกร็งกระตุก...จึงค่อยวางขาของแกที่พาดแขนผมลง...

“อูยซซซซ นังปิ๊กมันเอาเราไปซ่อนไว้ไหนตั้งนานนะดิน... พี่ถึงไม่เคยเห็นเราเลย” พี่ภูบอกตอนเอากระดาษ ทิชชู เช็ดทำความสะอาด คราบน้ำเงี่ยนของเราสองคน

“ไม่ได้ซ่อนหรอกครับ แต่พี่ไม่เคยมองผมเอง... ไปทีไรก็ถามแต่ไอ้รุจน์...” ผมบอก ไม่ได้น้อยใจหรอกนะครับ

พี่ภูยิ้มให้ ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำชำระร่างกาย....

.... ตอนเช้า...

ผมจัดการล้างหน้าไก่ พี่ภูแกไปอีกรอบ... เพราะยังไม่ทันตื่น แกก็อมของผมจนมันตั้งลำผงาดมาก่อนแล้ว... ไอ้ลูกชายตัวดี ตื่นก่อนพ่ออีก...

“เดี๋ยวค่อยกลับนะ ดิน...” พี่ภูบอก... ตอนที่ผมอาบน้ำเสร็จ...ออกมาจากห้องน้ำ

“ครับ...” ผมพยักหน้า... วันนี้เป็นวันเสาร์...

เราลงมาข้างล่างด้วยกัน ปรากฏว่า ข้างล่าง มีแม่พี่ภูอยู่กับเด็กหนุ่มๆ อีกสามคน แม่พี่ภูเป็นหญิงชราท่าทางใจดี... พี่ภูแนะนำให้ผมรู้จักกับแม่แก... ผมยกมือไหว้ อย่างนอบน้อม... ก่อนที่แกจะแนะนำให้รู้จักกับเด็กหนุ่มๆ พวกนั้น ซึ่งผมจำชื่อไม่ได้หรอกครับ...

พอทานอาหารเช้า... ที่เสริฟโดยเด็กหนุ่มคนนึง เสร็จ พี่ภูก็พาผมออกไปเดินที่สวนสาธารณะในหมู่บ้าน...

“พวกนั้น... เมื่อก่อนนี้ ก็เป็นเด็กขายเหมือนดินเนี่ยะแหละ...” พี่ภูเล่าให้ผมฟังถึงประวัติเด็กหนุ่มๆ ในบ้าน... “พวกเค้า ไม่อยากทำงานแล้ว พอพี่ชวนก็มา... อยู่กันแบบพี่น้อง... พี่ก็ให้เงิน ให้ไปเรียนหนังสือ แล้วก็ช่วยกันทำงานบ้าน...”

“แล้วพี่ทำไมต้องออกไปเที่ยวอีกล่ะครับ”

“ก็... พวกนั้น... เป็นแค่เด็กในบ้าน...” พี่ภูพูดเรื่อยๆ “บางทีเท่านั้นเอง ที่พี่เบื่อๆ ก็เรียกมาบ้าง”

“อือม... ก็ดีนี่ครับพี่...” ผมตอบอย่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี... มันดีจริงป่าวหว่า...

“แล้วเราล่ะ... เห็นว่าเรียนปีสุดท้ายแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ครับ... เทอมนี้ ถ้าผ่านหมดก็จบแล้วครับ”

“แล้ว จะทำอะไรต่อล่ะดิน...”

“ก็คงทำงานกลางวันเหมือนคนปรกติครับ”

“อยากมาอยู่ที่นี่ไม๊”

ผมหันไปมองหน้าพี่แก... ว่าแกพูดจริงๆ หรือพูดเล่น... แต่เห็นแกมองอยู่ก่อนแล้ว..

“หมายความว่าไงครับพี่...”

“ก็หมายความว่า... ถ้าดินอยากมาอยู่ที่นี่ พี่จะยินดีมาก”

“แล้วผมจะอยู่ในฐานะอะไรล่ะครับ”

“ก็ เหมือนกัน... ก็เหมือนทุกๆ คนที่อยู่... เวลาเรียนก็ไปเรียน ที่เหลือก็ช่วยกันทำงานบ้าน”....

... อารายฟะ... พี่ภูแกจะตั้งฮาเร็มหรือไงวะเนี่ยะ... ดูๆ มันก็ดีหรอก แต่... ทำไมผมรู้สึกไม่รู้ว่า... เด็กๆ ที่อยู่บ้านพี่ภูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไรนัก

“เอ่อ... ขอผมคิดดูก่อนนะครับพี่...”

“ฮื่อ... อย่านานละกัน... อ่ะ นี่นามบัตรพี่ ถ้าสนใจก็โทรมา...”

วันนั้น ผมอยู่บ้านพี่ภูจนสายๆ ผมถึงกลับออกมา... ในหัวคิด ก็คิดถึงเรื่องที่พี่ภู เสนอเหมือนกัน แต่ใจส่วนใหญ่ ก็บอกว่า

“ไอ้ดิน... ชีวิตเป็นของเอ็ง... เหลืออีกไม่เท่าไร เอ็งก็เรียนจบแล้ว... จะไปทำตัวให้ติดหนี้บุญคุณคนอื่นอีกทำไม”

คิดได้ยังงั้น... ผมก็เลยเลิกล้มความคิด กับข้อเสนอของพี่ภู...

.........................................................................................................

วันหลังพี่ภูก็มาที่ร้านอีก... คราวนี้ แกไม่ถามถึงไอ้รุจน์แล้ว จนมันแปลกใจ... แต่หันมาถามถึงผมแทน... แกก็เฝ้าเพียรอ๊อฟผมไปบ่อยๆ เกือบจะเรียกได้ว่า ทุกครั้งที่แกมา... ทำสถิติเกิน สิบครั้ง... แล้วแกก็ยังพยายามยื่นข้อเสนอให้ผมทุกครั้ง ซึ่งผมก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด...

เคยคุยกับไอ้รุจน์... มันบอกว่า มันก็เคยได้รับข้อเสนอเหมือนกัน แต่มันรักเมียมันมากกว่า (แหง๋สิมึง)

.........................................................................................................

หมายเหตุ... ครั้งสุดท้ายที่ผมได้ข่าวพี่ภู... เมื่อหลายปีมาแล้ว... พี่แกเสียไปแล้วละครับ ด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง... ซึ่งผมก็ขอใช้บทนี้ ถ้าหากจะสร้างความบันเทิง ให้แก่ผู้อ่านคนดีของผมบ้าง กุศลที่เกิดขึ้น ผมขอมอบให้แก่ดวงวิญญานของพี่ภูทั้งหมด (ถึงจะเป็นชื่อสมมติ แต่ความหมายผมหมายถึงพี่.... นะครับ....) หากผมล่วงเกินด้วยข้อความใดๆ ผมก็ขออโหสิไว้นะตรงนี้ด้วยนะครับ.....