เอางี้นะ ที่จะวิเคราะห์ เป็นคู่พี่ชายน้องชายในนิยายเรื่องหนึ่ง และก็ในชีวิตจริงอาจจะมีหลายคู่ที่พี่ชายน้องชายทะเลาะกัน
แล้วเคยมีคนมาปรึกษาเรา เราก็ใช้หลักจิตวิเคราะห์แนะนำเขาไปมีพี่น้องคู่หนึ่งที่เคยให้คำปรึกษา ก็มีเรื่องคล้ายๆ แบบนี้แหละ คือเขาคิดว่าพี่ชายกำลังตีตัวออกห่างไป พี่ชายมีคนรักและไม่รักเขาเหมือนเดิม
และสุดท้ายไปทำให้พี่ชายที่มีแฟนต้องเลิกกับแฟนทุกคน
แล้วก็ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ แบบควบคุมตัวเองไม่ได้ จนพี่ชายต้องกลายเป็นคนโดดเดี่ยวหรือโสดแบบน้องชาย
เอาล่ะค่ะ จากเคสข้างต้น จะใช้หลักจิตวิเคราะห์ (psychoanalysis) อธิบายกลไกทางจิตของคนแบบนี้นะคะ
เพราะเขามีปม คิดไปเองว่าคนอื่นไม่รัก ไม่ดีกับเขา ไปหมด อาจจะเพราะวัยเด็ก ขาดความอบอุ่นบางช่วงเวลาจากผู้ปกครองหรือเคยเห็นผู้ปกครองทะเลาะกัน
ทีนี้ เขาก็จะพึ่งพิงคนที่เขาสนิทสุดได้หรือปกป้องเขาได้ เช่นพี่ชาย
ทีนี้ แต่เขาจะมีความรู้สึกว่า ตัวเองไม่ได้ถูกรักจากคนที่เขาอยากให้รักมากๆ
ไม่ว่าพ่อ หรือแม่ หรือญาติพี่น้อง เลยเติมความรักยังไงก็เติมไม่เต็ม
พอโตขึ้นมา เขาเลยจะมีปมในใจว่า ฉันต้องหาวิธีทำให้คนอื่นรักตัวเขา
โดยการจะใช้วิธีการที่จะค่อนข้างตรงกันข้ามกับที่เขาเคยเจอมา
เช่น เขาขาดความรักจากครอบครัว
เขาก็จะพยายามสร้างครอบครัวในฝัน โดยการไปทำดี (แต่แอบหวังผล) กับชาวบ้านไปทั่ว รวมถึงเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ นักบุญต่างๆ
ซึ่งจริงๆ เป็นสิ่งที่ดีนะ แต่ๆๆๆ แต่ว่า เขาเป็นพวกขาดความรักที่รักตัวเองไม่เป็น จึงเป็นการโหยหาความรักแบบไม่สิ้นสุด
เพราะรักตัวเองไม่เป็น เขาก็เลยต้องให้คนอื่นมาเติมความรักให้
การไปทำดีของเขา จึงไม่ใช่ทำดีแบบไม่คิดอะไร หรือไม่ได้ไม่หวังผล
แต่คือลึกๆ เขาหวังผล ให้คนเหล่านั้นมาชื่นชม มารักเขามากๆ เพื่อชดเชยสิ่งที่เขาขาด
แต่ต่อให้ใครมาชื่นชม มาชอบ เขาก็จะไม่เต็ม เพราะเขาไม่ได้ทำด้วยความรักที่เป็นพื้นฐานจากตัวเองอยากให้จริงๆ
แต่ทำเพื่ออยากให้คนอื่นหันมารักเขา มาชอบเขา มองว่าเขาเป็นคนดี คนน่ารักนะ จิตใจดี ต้องรักเขา บลาๆๆ
ทีนี้ลึกๆ เขาก็จะหวังให้คนในครอบครัวหันมามองเขา มาเติมให้เขาบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้
พอไม่ได้เป็นอย่างใจคิด เขาก็จะทำให้ทุกวิธีให้ตัวเองเหนือกว่าคนอื่นและทำให้คนที่เขาคิดว่ามีความสุข ไม่มีความสุขแบบที่เขาเป็น
เขาจะทำให้คนนั้น และคนรักเขาทุกข์ใจและไม่มีความสุขแบบเดียวกับที่เขาไม่มี
พูดง่ายๆ เหมือนพวกคนโสดบางคนที่มีปมจากคนในครอบครัวไม่รักหรือครอบครัวแตกแยก บางเคนเลยกลายเป็นคนขี้อิจฉาคนมีความรัก
มันมีจริงๆนะ ก็จะหาทางแซะ เกลียด ชิงชังและพูดให้เขาเจ็บปวดจิตใจ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง
ลองคิดดูว่า เรื่องเกิดนานแล้ว
พี่คบแฟนมาหลายปี ทำไมไม่พูดเรื่องพี่ตั้งแต่เขาคบกัน ก่อนแต่งงาน
พอเขาจะแต่งงาน ถึงออกมาโพทนาและจะเหมือนพังงานแต่งเขา
แล้วอ้างว่าติดต่ออีกฝ่ายไม่ได้ ซึ่งคำพูดแบบนี้มันไม่ใช่เลย
เพราะถ้าคนเราตั้งใจจะติดต่อคนอื่นจริงๆ เราทำได้หลายวิธี ยิ่งมีเงินมีทรัพย์อยู่ ไม่ใช่คนจนอะไรก็ติดต่อได้แน่ ถ้าจะทำจริงๆ
แล้วอีกอย่างพี่ชายคบแฟนมาหลายปี ถ้าอยากบอกแฟนพี่ชาย ทำไมไม่บอกไปตั้งนานล่ะ ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาทำไมหลายปี
แต่พอเขาประกาศแต่งงานและแจกการ์ด ก็รีบออกมาโพทนาทันที
แล้วมีการบอกว่าติดต่อพวกเขาไม่ได้ บลาๆ
สิ่งเหล่านี้มันย้อนแย้งในตัวเอง
ที่ทำไปแบบนั้น พูดไปแบบนั้น แม้ว่าจะอ้างว่าตัวเองเคยโดนกระทำวัยเด็กก็ตาม
แต่ทำไมไม่บอกหรือทำอะไรตั้งนาน ตั้งหลายปี
แต่ก็เพิ่งมาทำตอนพี่ชายที่เขาใช้เป็นที่พึ่งพาทางใจหลายปีกำลังจะแต่งงาน
ทั้งๆ ที่หลายปีที่ผ่านมา ไปทำอะไรอยู่
ถ้าอยากบอกความลับพี่ชาย ก็ควรบอกนานแล้ว
แต่ไม่บอก แล้วอ้างต่างๆ นานา บลาๆๆ
ก็เพราะที่ผ่านมาก็คงแอบหวังว่าพี่จะเลิกกับแฟนหรือไม่ถึงขั้นแต่งงาน
แต่พอเขาแต่งและจนมีลูก กลับออกมาพูดแบบกะทำลายเขาให้พังไปข้างเลย
เช่นบอกว่าพี่ควรติดคุกหลายสิบปี บลาๆ
นั่นชัดเจนแล้วว่า คือวัตถุประสงค์ต้องการทำลายล้างครอบครัวพี่ชายให้พังย่อยยับ
เพราะถ้าพี่ติดคุกหลายสิบปี ก็ต้องเลิกกันอยู่แล้ว และเด็กก็จะกำพร้าพ่อ
นี่ไม่ใช่ไม่เห็นใจนางนะที่อ้างว่าโดนพี่ชายกระทำแบบนั้นแบบนี้
แต่ถ้าคุณอ้างว่า เป็นแบบนั้นแบบนี้มานานแล้ว ทำไมเพิ่งมาบอกตอนเขาแต่งงานและมีลูก
ก่อนหน้านั้นก็ยังยิ้มร่า ถ่ายรูปกับพี่ มีชีวิตกับพี่
ก็เพราะตอนนี้รู้สึกว่าถูกแย่งความรักจากพี่ไป อาจจะคิดกับพี่แบบพี่น้องรักกันมาก
ไม่ได้เชิงชู้สาวก็ได้ แต่แค่รู้สึกว่าตัวเองต้องพึ่งพาพี่ ได้รับความรักจากพี่แล้วดี แล้วฟินก็ได้
แต่ว่าพอพี่ ไปแต่งงานและมีลูก เลยรู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญอีกต่อไป
และดันจะมีเด็กและเมียมาสำคัญกว่าตัวเองก็เลยจัดการไปเลยซะ
เพราะถ้าคนเราต้องการบอกแฟนพี่ชาย ทำไมไม่บอกตั้งนานล่ะ
พอพี่ประกาศแต่งงาน และแต่ง ก็หาเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน
นั่นเพราะรับไม่ได้ไงที่ถูกแย่งความรักจากพี่ชายไป
แล้วพอเขามีลูกยิ่งกลัวเขารักเมียและลูกมากกว่าตัวเอง
เลยต้องหาทางทำให้พังไปเลย จะได้เสียใจและทุกข์แบบตัวเอง
นี่คือหลักจิตวิเคราะห์ของคนที่มีปมในใจแบบนี้
เขาจะไม่ให้ใครมีความสุขเพราะเขาก็ไม่มี
ถ้าเขามีความสุข รักตัวเองเป็น เขาจะเริ่มจากให้อภัยตัวเอง
และคุยเป็นการภายในว่าเขารับไม่ได้ที่พี่ชายเป็นแบบนี้ บลาๆ อะไรก็ว่าไป
คุยกับเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ หรือพบแพทย์ที่ไว้ใจได้
จะไม่ทำแบบนี้ เขาจะพร้อมรักษาใจตัวเอง
แต่นี่บอกจะเอาพี่เข้าคุกไม่ต่ำกว่า 20 ปี
นั่นแปลว่าคิดแล้วว่าจะทำให้พี่กับเมียเลิกกันล้านเปอร์เซนต์
ทำไมไม่บอกแฟนพี่ตลอดเวลาหลายปีล่ะ
ก็เพราะยังแอบหวังว่าพี่จะเลิกกับแฟนไง แต่เขาไม่เลิก แต่เดินหน้าแต่งงานและมีลูก
คราวนี้ อาการเลยหนัก จะต้องทำลายให้ครอบครัวเขาพังเลย
ในความเป็นจริง ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณถูกพี่ชายย่ำยีจิตใจมาหลายครั้ง ทำไมคุณถึงวัยมหาวิทยาลัยไม่ไปแจ้งความล่ะ คุณทำได้อยู่แล้ว อายุความก็มี
แล้วที่สำคัญคือ มันจะง่ายกว่าด้วย เพราะคุณมีวุฒิภาวะแล้ว
แต่ไม่ได้ทำ แถมยังไปสนิทกับพี่มากๆ ด้วย มันแปลว่าอะไร
แปลว่า ตอนพี่ยังไม่แต่งงาน ก็คือไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองแย่มากเหมือนที่แสดงออกมาให้ชาวโลกรู้
แต่ พอพี่มีเมีย มีลูก คือฉันถูกแย่งความรักไปแล้ว ฉันไม่มีวันจะเป็นคนเดียวที่ไม่มีความสุข
ดังนั้น พังไปเลย ไหนๆ ฉันก็ไม่มีความสุข คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้มี
มันเป็นหลักจิตวิเคราะห์ที่เห็นได้ในหลายคู่พี่ชายน้องชายที่เป็นแบบนี้