>ลิซ่าจะเป็นรายต่อไป แก๊งเดียวกันด้วย
ไทล่า ถ้ามองในเส้นทางวงการบันเทิง ในฐานะ Pop star การเป็นศิลปิน เป็นนักร้อง ยังไงนางก็ไม่น่าห่วงมากในตลาดอเมริกา นางมีเพลงฮิตแล้วค่ะ หน้าตานางก็สวยมาก ถูกจริตคนโลกที่1 แต่นิสัยนี่ก็ต้องไปว่ากันอีกที
แต่ลิซ่าเนี่ย ฉันว่าน่าเป็นห่วงกว่านะคะ ในระยะยาว
Hollywood มันโหดมากนะ อยู่ยากมากค่ะ ถ้ายังไม่มีผลงานดังจริงๆ แบบหนังดัง (แบบต้องได้เป็นตัวเอก คาแรคเตอร์น่าจดจำ) หรือเพลงดัง สักทีน่ะ นานไป เดี๋ยวเขาก็จะเริ่มตั้งคำถามการมีอยู่ของนางเอง ว่านางมาทำอะไร
ถ้ายังไม่มีผลงานอะไรปังๆ ให้อีกไม่เกินปี หรือ สองปี นายทุนในฮอลลิวู้ด เข้าก็ไม่เอาด้วยแล้วค่ะ
การเป็นศิลปินจะอยู่ได้นาน คือต้องสร้างผลงานให้ดัง เป็นที่ประจักษ์จริงๆ อย่างน้อยมีเพลงดังจริงๆ สักเพลงในอเมริกาหรือ หนังดังสักเรื่อง ก็ยังดี
มันไม่ใช่แบบว่าจะออกงานอีเวนท์ไปวันๆ เรื่อยๆ แล้วเอามาอวย เช้า-เที่ยง-เย็น กลบความแป๊กในฐานะศิลปิน ว่าในความจริง ลิซ่า ยังไม่มีเพลงดัง หนังดัง ของตัวเองสักที แบบที่ติ่งในกะลาแลนด์ชอบทำกัน
ดาราโลกที่1 นะคะ ไม่ใช่ดาราโลกที่3 ที่จะเอาความคิดแบบโลกที่3 ว่าเน้นออกงานอีเวนท์ แต่ผลงานในฐานะศิลปินกลวงโบ๋ แล้วจะเอามาอวยจับนั่งเสลี่ยง
คือถ้ายังอวยกันแบบนี้ อยู่ได้ไม่นานหรอกค่ะ ให้ไปเกิด อีก 1 ปี ถ้ายังไม่รีบทำผลงานที่ดังได้จริงๆ เตรียมเลยค่ะ เวลาใกล้หมดแล้ว
แต่ถ้าลิซ่าไหวตัวทัน ผันตัวไปเป็นแม่ค้า อินฟลู แบบ คิม คาร์เดเชียน, ไคลี่ เจนเนอร์ ไรแบบนี้ ก็ว่าไปอย่าง ไปเปิดแบรนด์อะไรของตัวเอง แล้วดัง ปัง รวย ออกงานอีเวนท์ดังๆ แบบนั้นคือดีเลย
แต่พอเป็นศิลปิน(นักร้อง,นักแสดง) มันจะมีแรงคาดหวัง และแรงกดดันจากอุตสาหกรรมบันเทิงให้ต้องประสบความสำเร็จในสายงานนี้ด้วย ไม่งั้น วันหนึ่งเธอก็จะไม่มีความหน้าเชื่อถือและอยู่ได้ไม่นาน
สู้ปรับภาพลักษณ์ตัวเองใหม่ โดยการไม่เป็นแล้วศิลปินนักร้อง นักแสดง แต่ออกไปเป็นอินฟลู เป็นแม่ค้าแทน อย่างที่บอก เอาเอนเกจเมนท์ที่มีใน ig ต่อยอดไปขายของ แบบนั้นยังอยู่ในวงการ Hollywood ได้ยาวๆกว่า เซฟตัวเองมากกว่า