มันต้องแยกแยะค่ะ ความเป็นศิลปิน กับการเสพสาร มันคนละเรื่องกัน คนๆหนึ่ง มีหลายมิติ ไม่มีใครขาวสะอาด หรือ ดำสนิท
แล้วคนเสพ ไม่ควรไปแปะป้ายว่าเขาชั่ว เขาเลวนะคะ หรือตัดขาดเขาออกจากสังคม
การที่เขาเสพยา อาจจะมาจากหลายปัจจัย เช่น ปัญหาสุขภาพจิต, ความเครียด, สภาพแวดล้อม, การถูกชักชวน, การใช้ยาแก้ปวดแล้วพัฒนาเป็นการพึ่งพาสารเสพติด
จริงๆแล้ว เรา ควรมองว่าการติดยาเป็นปัญหาสุขภาพ สังคม หรือเศรษฐกิจ มากกว่าจะเป็นความล้มเหลวทางศีลธรรมของคน
คนที่เคยติดยาอาจเคยทำผิดพลาด เคยสร้างความเสียหายให้ตัวเอง ครอบครัว หรือสังคม
แต่หากเขาสำนึก หรือพยายามเลิกยา และรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง สังคมไม่ควรปิดประตูใส่เขาตลอดชีวิต
เพราะการไม่มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ อาจผลักให้เขากลับไปสู่วงจรเดิมๆ ได้ง่ายกว่าเดิมอีกนะ
บางประเทศในโลกที่1 หน่วยงานรัฐ เขาแจกยาให้คนติดสารใช้เลยด้วยซ้ำ ดูแลเรื่องความสะอาด เข็ม ยา ให้ที่พัก ให้อาหาร ให้การศึกษา ให้พอจิตบำบัด พยายามเปลี่ยนแนวคิดเขา เพื่อหวังว่า เขาจะ clean จะดึงเขากลับเข้าสังคมได้ หลายเคสมากมายก็ทำสำเร็จด้วย
มนุษย์เสียมกะลาแลนด์ ด้อยพัฒนาทางความคิด อาจจะไม่เข้าใจนะคะ เพราะวันๆอยู่แต่ในกะลา ดักดานเป็นควายทาสใต้ตีน แดกขี้ตีนพ่อเทพอุปโลกน์มึงไปวันๆ จนโง่เป็นควาย ไม่เหลือความเป็นคน