ประเทศที่มีรายได้ เงินเดือนสูง ทำให้คนทั่วโลกที่กำลังหนีจากอเมริกาแห่กันปักหมุดตามยกขโยงกันไป ทั้งหัวดำหัวทองเจ็กแขกฝรั่ง ต่างอพยพกันไปหวังที่เพิ่งชีวิตจะดีกว่าอเมริกา
อันดับ 1: ประเทศออสเตรเลีย (Australia) วิกฤตรุนแรงที่สุดออสเตรเลียก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งเนื่องจากวิกฤตที่อยู่อาศัยกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างระดับชาติที่แก้ได้ยากที่สุด ดัชนีความรุนแรง: อัตราห้องว่างให้เช่า (Vacancy Rate) ต่ำกว่า 1% ในเกือบทุกเมืองใหญ่ ราคาบ้านเฉลี่ยในซิดนีย์พุ่งสูงทะลุ 1.73 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 40 ล้านบาท) ไปแล้ว
อันดับ 2: ประเทศแคนาดา (Canada) ตามมาติดๆแต่ยังหนักหน่วง ดัชนีความรุนแรง: เมืองใหญ่อย่างแวนคูเวอร์และโตรอนโตมีราคาบ้านเฉลี่ยสูงกว่ารายได้ประชากรเกิน 10 เท่า จนบ้านกลายเป็นสิ่งเกินเอื้อมสำหรับคนรุ่นใหม่ สถานการณ์ปัจจุบัน: แคนาดาเพิ่งผ่านการ ลดโควตาการรับผู้จำพำนักถาวร (PR) และตัดจำนวนแรงงานต่างชาติรวมถึงนักศึกษาต่างชาติลงอย่างรุนแรง มาตรการนี้ช่วยดึงให้ค่าเช่าและราคาบ้านในบางพื้นที่เริ่มลดระดับลงมาบ้าง แต่ในภาพรวม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ยังคงอยู่ในภาวะตึงตัวและแพงเกินกว่าที่ค่าเฉลี่ยรายได้ของคนในประเทศจะซื้อได้ไหวอยู่ดี
อันดับ 3: ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) แพงอย่างมั่นคงด้วยกำลังซื้อ สวิตเซอร์แลนด์มีค่าครองชีพและราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงลิ่วติดอันดับโลกมาอย่างยาวนาน ดัชนีความรุนแรง: ซูริกและเจนีวาติดอันดับเมืองที่ค่าครองชีพแพงและค่าเช่าโหดหินที่สุดในยุโรป
สรุปเปรียบเทียบดัชนีความตึงเครียด (Housing Stress)ความยากในการหาบ้านเช่า: ออสเตรเลีย > แคนาดา > สิงคโปร์ > สวิตเซอร์แลนด์ความแพงของค่าครองชีพโดยรวม: สิงคโปร์ > สวิตเซอร์แลนด์ > ออสเตรเลีย > แคนาดาความเข้มงวดของกฎหมายสกัดต่างชาติ: สิงคโปร์ (ภาษี 60%) > ออสเตรเลีย (จำกัดวีซ่า/นักเรียน) > แคนาดา (ลดโควตาผู้อพยพ)