ลองคิดดูว่า ถ้าคุณอายุ 65+ คุณจะเคลื่อนไหวร่างกายเป็นอย่างไรบางคนแค่ 50+ ก็แทบจะเหนื่อย หล้า อ่อนแรงลงเยอะแล้ว
แล้วพ่อแม่คุณอายุ 80+ ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ มีลมหายใจได้ นี่ถือว่าเก่งมากนะ
เพราะคงจะเหนื่อยหอบ หยิบจับอะไรลำบาก อ่อนหล้า
ตอนคุณอายุเป็น baby ตั้งแต่เป็นทารกแบเบาะ เดินไปไหนเองไม่ได้
ขี้แตกเต็มที่นอน หรือเยี่ยวไม่เป็นที่เป็นทาง บางทีคงเยี่ยวลงที่นอนและขี้แตกเต็มที่นอน
ร้องไห้งอแง คุณคิดว่าใครทำให้คุณ ?? แล้วเขาหงุดหงิดใส่คุณไหมล่ะ
แน่นอนคุณไม่อาจจะรู้ได้ว่า พ่อ แม่ คุณตอนเลี้ยงคุณวัยทารก จนกว่าคุณจะอายุที่เลี้ยงดูตัวเองได้เนี่ย ท่านจะเคยหงุดหงิดระดับไหนไหม
แต่ที่แน่ๆ ท่านก็อดทนกับคุณมากๆ พอควร ไม่ใช่แค่คุณหรอก พ่อแม่คนไหนก็ตาม ที่เลี้ยงลูกด้วยตนเองมา ก็จะต้องทนมากๆ เลยนะ
การเลี้ยงเด็กนี่ไม่ง่ายนะ ไม่ง่ายเลย ลองเลี้ยงดูได้เลย รับประกันว่าเหนื่อยสุดๆ
ถ้านึกไม่ออก ก็นึกถึงการเลี้ยงแมวก็ได้ แมวนี่คือควบคุมยาก และจัดการยาก
แต่แมวซน ก็โดนคุณดุ คุณว่าได้ แต่เมื่อไหร่ดุและตีแมว มันจะเกลียดเราและฝังใจไปตลอดล่ะ
ในขณะที่คุณเหนื่อยกับการดูแลคนแก่ พ่อแม่ที่เคยเลี้ยงดูคุณ ในวัยที่คุณช่วยตัวเองไม่ได้
คุณลองคิดกลับกันว่า ท่านทำไมไม่ทำร้ายคุณ หรือปล่อยให้คุณโตขึ้นมาได้ จนถึงวันนี้ได้
ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดูว่า ถ้าวันหนึ่งคุณแก่ตัวไปจนถึงวันที่อายุ 60+ มีคนมาพ่นหงุดหงิด ฟาดงวงฟาดงาใส่คุณ คุณจะรู้สึกยังไง
อย่าลืมว่าคนแก่ ระดับ 70+ ไปแล้ว การเคลื่อนไหวร่างกายลำบากมากนะ และเขาก็เหนื่อยทั้งกายและใจง่าย แล้วจิตใจเขาก็เปลี่ยนตามวัยด้วย
คุณอาจจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดที่เขาพูดจาบางอย่าง หรือพูดแล้วไม่ฟังคุณ แต่ลองคิดกลับกันว่า ตอนคุณเป็นเด็ก ๆ เขาทนคุณได้ยังไง
แล้วคิดอีกต่อไปว่า ถ้าคุณแก่ตัวมาแบบนี้ คุณจะทำยังไง
คุณเองถ้าแก่ แล้วเจอสภาพร่างกายไม่ไหว และจิตใจก็อาจจะหวั่นไหวง่าย เปราะบางตามวัย (ถ้าไม่เคยฝึกจิตและเจริญสติมาก่อนอาจจะทำใจยาก)
คุณเจอสภาพแบบพ่อแม่คุณ คุณจะฆ่าตัวตายเลยไหมล่ะ ที่แก่ไปแล้วไม่มีคนมาดูแล หรือมาตะคอก หรือหงุดหงิดใส่ เพราะคุณแก่ แล้วร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเดิม
ลองคิดดูเองล่ะกัน
ถ้าจะเอาแบบพอดีๆ จูนกันได้ คุณต้องฝึกระงับโมโห อารมณ์โกรธ ไม่ว่าท่านจะเป็นยังไง ให้นึกถึงวันที่คุณแบเบาะและให้นึกถึงตอนที่คุณจะแก่แบบท่าน
ใจเย็นๆ แล้วพูดดีๆ และอย่าเอามาใส่ใจมาก แม้บางเรื่องท่านจะทำแบบเดิมซ้ำๆ หรือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติก็ตาม ต้องอย่าลืมว่า ท่านอาจจะแค่ต้องการการพูดคุย หรือรับฟังแค่นั้น
บางทีเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดเขาได้ เราก็ฟังไป ถือว่าเราได้ช่วยดูแลท่านให้จากไปอย่างสงบสุข ดีกว่าไปฟาดงวงฟาดงาใส่ท่าน
เพราะถ้าคุณยังศรัทธาและเชื่อในทางพุทธ การที่คุณทำแบบนั้นกับท่านมันก็เป็นบาป วันที่ท่านจากไป แล้วคุณได้เคยทำแบบนั้นกับท่านไปแล้ว สมมติวันต่อมาท่านตายไป
คุณจะดีใจไหมล่ะ บางทีเรากลับไปแก้ไขไม่ได้แล้วนะ ถ้ายังรู้สึกว่า เรามีสติแล้วว่าที่เราทำไปมันไม่ดี ก็ไปขอโทษท่าน พ่อแม่ที่ดี ยังไงก็ไม่โกรธลูกหรอกและก็ให้อภัยเสมอ
เขาอาจจะแค่น้อยใจและเสียใจแหละที่ลูกด่าว่า แต่สุดท้ายก็จะให้อภัยลูกเสมอ อย่าให้มันสายเกินไป
กรรมทางใจและผลกรรมบางทีมันไม่แสดงทันที แต่มันไปแสดงออกช้า ตอนคุณแก่ตัวมา อาจจะเจอเหตุการณ์คล้ายกัน ที่คนดูแลคุณทำไม่ดีใส่คุณ
รวมถึงอาจจะมีวิบากกรรมทำให้เจอคนไม่จริงใจ ไม่รักและห่วงใยคุณจริงๆ เพราะว่าคนที่ปกติแม้แต่กับพ่อแม่ยังขึ้นเสียงใส่ได้ ก็จะดึงดูดคนไม่ดีเข้ามาในชีวิต
แล้วสุดท้ายวันหนึ่งเขาจะทำแบบนั้นแบบที่เราเคยทำกับพ่อแม่
ถ้าคิดได้ตอนนี้ก็ไปขอขมาและพูดคุยกับท่านดีๆ ดีกว่า แล้วก็รับฟังท่าน แม้บางเรื่องมันจะน่าเบื่อ ก็ไม่ต้องเอามาใส่ใจ เหมือนที่พ่อแม่คุณรับฟังคุณพูดไปเรื่อยๆ ตอนเป็นเด็กนั่นแหละ
ลองไปสังเกตเด็กน้อยดูนะ ว่าทำไมคนเลี้ยงต้นทนฟังและทนพฤติกรรมเด็กเสมอ
ลองดูนะ