จริงๆถ้าออกจากกะลาไปดูโลกบ้าง ก็จะเห็นความล้าหลังของกฎหมายไทย และสังคมไทยนะคะ ความคิดคนยังเป็นในรูปแบบของประเทศล้าหลังด้อยพัฒนาอยู่ค่ะเพราะปรระเทศไทยนี้ เราหยุดนิ่งเรื่องสิทธิมนุษยชนมานาน ไม่ได้มีการปลูกฝัง หรือทำงานทางความคิดเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
สังคมไทยอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าเวียดนามค่ะ เพราะไทยเป็นสังคม conservative ขวาสุดโต่งมานาน ต่อให้พยายามจะทันสมัย progressive แค่ไหน แต่ก็มาได้แค่นี้
คนที่ตื่นรู้แล้ว ต้องพยายามทำงานทางความคิดกันต่อไป กับกลุ่มคนบางกลุ่ม ที่เขายังดักดานกับแนวคิดแคบๆของเขา เพราะเขาอยู่ในสังคม conservative มาตั้งแต่เกิดจนหมอยหงอก จะไปหวังให้คนที่อยู่ในสังคมที่มีสภาพแวดล้อมแบบนี้ ให้เขามีความคิดเกี่ยวกับเรื่องเพศและหลักมนุษยชนแบบคนโลกที่1 ได้เลยทันที มันก็คงยังไม่เร็วขนาดนั้นค่ะ
เอาแค่ระบบการศึกษาไทยตอนนี้ แบบเรียนยังดักดาน คุณภาพยังตกต่ำรั้งท้ายสุดของอาเซียนและของโลก ตามโลกไม่ทันอยู่เลย
คนไทยที่ออกมาดิ้นพล่านต่อต้านกับเรื่องนี้ จริงๆ มันคืออาการ culture shock ปรับตัวตามแนวคิดโลกที่1 ที่พัฒนาแล้วไม่ทัน แค่นั้นเองค่ะ เขากลัวและมีอคติกับสิ่งที่เขาไม่รู้ ไม่เข้าใจ
อารมณ์เหมือนที่ก่อนหน้านี้ คนไทยทั้งประเทศเห็นด้วยกับการเป่านกหวีดล้มเลือกตั้ง เชียร์รัฐประหาร ออกไปสนับสนุนทหารให้รัฐประหาร และมองว่าสิ่งเหล่านั้นคือความถูกต้องและเป็นสิทธิ์นั่นแหละค่ะ เพราะพวกเขายังไม่ตื่นรู้หรือเข้าใจหรืออินเรื่องประชาธิปไตย แต่อยู่ดี วันหนึ่ง ความคิดคนเสือกตื่นรู้กันหมดทั้งสังคมซะงั้น
เห็นไหมคะ ทุกอย่างมันมี timing ของมันเสมอค่ะ ต้องรอเวลาค่ะ แค่สังคมไทยอาจจะช้าหน่อย แต่มันไม่แปลกนะคะ เพราะถ้าดูประเทศรอบๆ ก็คล้ายๆเรา เพราะรูปแบบสังคมปิตา และ conservative มันหยั่งรากลึกมากในไทยค่ะ
นี่มองจากเลนส์คนที่อยู่นอกสังคมไทย แล้วมองเข้าไป เข้าใจได้อยู่ค่ะ ว่าทำไมไทยช้าในเรื่องนี้