Go back to previous page
Forum URL: https://www.palm-plaza.com/cgi-bin/CCforum/board.cgi
Forum Name: ThE LoveR
Topic ID: 287632
#0, เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ค่ะ on 28-Apr-26 at 08:54 AM
คนไทยอย่าพยายามบิดเบือนเลยค่ะ

#1, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by คุณหมี่ on 28-Apr-26 at 09:41 AM
In response to message #0
เขมรเป็น colony ของไทยมาเกิน 400 ปีนะคะ
ตั้งแต่ยุคใด

#10, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by อินเดียแม่ทุกสถาบัน on 28-Apr-26 at 11:53 AM
In response to message #1
มันวิวัฒนาการมาจากส่าหรีค่ะ สไบจริงๆ มีที่มาจากส่าหรีของอินเดีย ถูกนำเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านอาณาจักรที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย เช่น ฟูนัน, ทวารวดี, อาณาจักรเขมร และ ศรีวิชัย


กัมพูชา 🇰🇭

ในภาษาเขมร คำว่า “สไบ” ( ស្បៃ ) หมายถึงผ้าพาดหน้าอกแบบไม่สมมาตร มักปักลวดลายและทำจากผ้าไหมใช้สวมใส่ในการแสดงบัลเลต์และพิธีการต่าง ๆ มีสไบหลายรูปแบบ

บันทึกของจีนเล่าจากตำนานการก่อตั้งของนางนาค (Neang Neak) และพระทอง (Preah Thong) ว่า พระทองไม่พอใจกับการที่นางนาคเปลือยกาย จึง “พับผ้าชิ้นหนึ่งให้เป็นเครื่องนุ่งห่ม แล้วให้นางสอดศีรษะผ่านผ้านั้น”

นักวิชาการและครูบัลเลต์ชื่อ Prumsodun Ok เขียนว่า แม้ในปัจจุบัน เรื่องนี้ก็ยังอธิบายวิธีการสวมสไบ

สไบยังถูกใช้ในงานแต่งงานแบบดั้งเดิมของเขมร ในพิธี “Preah Thong Taong Sbai Neang Neak” (พระทองจับสไบของนางนาค) ซึ่งเป็นตัวแทนของตำนานการกำเนิดชนชาติเขมร โดยเจ้าบ่าวจะถือสไบของเจ้าสาวจากด้านหลัง แล้วเดินตามพิธี เพื่อ “สื่อถึงการเข้าสู่ดินแดนพญานาค”

ภาพสลักนูนต่ำ (bas-relief) ที่ปราสาท บายน, ปราสาทพระขรรค์ และวัดในสมัยอังกอร์อื่น ๆ แสดงให้เห็นผู้หญิงสวมสไบลักษณะคล้ายผ้าคลุมไหล่ ขณะที่บุคคลชายในทางศาสนาสวมสไบที่มีการออกแบบเชิงสัญลักษณ์

ที่ นครวัด มีภาพจากศตวรรษที่ 12 แสดงเทวดา (devata) เปลือยอกถือสไบที่เชื่อมกับผ้านุ่ง (sampot) ของพวกเธอ

ขณะที่ผนังด้านเหนือของนครวัดมีภาพกลุ่มสตรีในศตวรรษที่ 16 สวมสไบยาวและถือเครื่องบูชาต่าง ๆ


สำหรับผู้ชาย โดยเฉพาะพราหมณ์และพระภิกษุ สไบจะเรียกว่า sbong sbai trai chivor และถือเป็นจีวรของนักบวชในศาสนาฮินดูและพุทธ

สำหรับผู้หญิง สไบสามารถใช้ได้อย่างอิสระและหลากหลายรูปแบบ เช่น พันรอบลำตัว คลุมไหล่ และโดยทั่วไปใช้ปิดหน้าอกและหน้าท้อง โดยพาดผ่านไหล่ซ้าย

เกี่ยวกับรากศัพท์ Prumsodun Ok อธิบายว่า:
คำยืมจากภาษาเขมรที่มีพยางค์เดียว เมื่อเข้าสู่ภาษาไทยมักกลายเป็นสองพยางค์ เช่น phka (ดอกไม้) เป็น phaka, spean (สะพาน) เป็น sapan และ sbai เป็น sabai นอกจากนี้ ชาวเขมรโบราณยังเรียกเครื่องแต่งกายนี้ด้วยคำในภาษาสันสกฤต เช่น kapata และ uttarasanga

ในหมู่บ้านชื่อ Sampan Leu ในอำเภอ Sa’ang จังหวัดกันดาล การปักลวดลายสไบเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายรุ่นในประมาณ 40 ครอบครัว โดยผู้นำชุมชนกล่าวว่าประเพณีนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณในบางหมู่บ้าน ชาวบ้านตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงอายุ 60 ปีมีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ ลวดลายจะถูกกำหนดโดยลูกค้า และ “แบบลายดั้งเดิม” จะถูกส่งต่อให้ช่างปัก

สไบมักถูกเช่าโดยผู้ที่ไปเยือน นครวัด เพื่อใช้ในงานเทศกาลและงานแต่งงาน และวัสดุไม่ได้จำกัดแค่ผ้าไหม สไบที่เป็นที่ต้องการมักทำด้วยลวดลายเขมรดั้งเดิมแท้ โดยช่างฝีมือมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมเขม


ลาว 🇱🇦

ในประเทศ ลาว เครื่องแต่งกายนี้เรียกว่า ผ้าเบี่ยง (phaa biang) หรือ สไบ เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงลาวจะสวมสไบ เพราะถือเป็นเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิม

สไบยังสามารถสวมใส่โดยผู้ชายได้ในงานแต่งงานหรือเมื่อเข้าร่วมพิธีทางศาสนา โดยสไบของผู้ชายลาวมักมีลวดลายตาราง

สไบยังอาจเป็นผ้าไหมผืนยาว กว้างประมาณหนึ่งฟุต พาดเฉียงผ่านหน้าอก คลุมไหล่ข้างหนึ่ง และปล่อยปลายอีกด้านตกลงไปด้านหลัง



เมียนมา (เฉพาะชนชาติมอญ) 🇲🇲

กลุ่มชาติพันธุ์มอญก็เป็นที่รู้กันว่ามีประเพณีการสวมผ้าคลุมลักษณะคล้ายสไบเช่นกัน โดยเรียกว่า yat toot ในภาษามอญ ซึ่งสวมพาดเฉียงผ่านหน้าอก คลุมไหล่ข้างหนึ่ง และปล่อยปลายอีกด้านห้อยลงด้านหลัง คล้ายกับที่ผู้หญิงลาวสวมใส่

ประเพณีนี้ทำให้พวกเขาแตกต่างจากกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ใน เมียนมา

ชาวมอญในปัจจุบัน สืบเชื้อสายมาจากรัฐโบราณที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียหลายแห่ง โดยเฉพาะ ทวารวดี

โบราณวัตถุบรรพบุรุษชาวมอญ หรือ ทวารวดี ที่เก่าแก่ที่สุดที่ แสดงภาพกลุ่มสตรีที่สวมเครื่องแต่งกายลักษณะคล้ายสไบ อยู่ที่เมืองคูบัว (ปัจจุบันพื้นที่บริเวณนี้ตกเป็นของประเทศไทย)


ไทย (สยาม) 🇹🇭


หลักฐานที่เก่าแก่เกี่ยวกับสไบ ที่จะไปสู้กับอารยธรรมชนชาติ มอญ และ เขมร จริงๆ ไทยเราไม่มี

โบราณวัตถุที่เมืองคูบัว แม้ปัจจุบันพื้นที่ตรงนี้ จะกลายมาเป็นประเทศไทย แต่ต้องยอมรับว่าเป็นการแบ่งเขตดินแดนกันในยุคสมัยใหม่ ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับ อารยธรรมเดิม และมันไม่ใช่อารยธรรมไท แต่ทวารวดี คืออารยธรรมมอญ ภาพเมืองคูบัว ไทยจึงเอามาใช้เคลมไม่ได้

แต่ถ้าพูดถึงสไบ (Thai: สไบ) หรือ ผ้าเบี่ยง สำหรับประเทศเป็นเครื่องแต่งกายลักษณะคล้ายผ้าคลุมไหล่ หรือผ้าปิดหน้าอก สามารถใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

สไบยังเป็นที่รู้จักว่าเป็นผ้าไหมผืนยาว กว้างประมาณหนึ่งฟุต พาดเฉียงรอบหน้าอก คลุมไหล่ข้างหนึ่ง และปล่อยปลายผ้าห้อยลงด้านหลัง

สไบสามารถสวมกับร่างกายที่เปลือยท่อนบน หรือสวมทับเสื้อผ้าอีกชั้นหนึ่งก็ได้

การสวมสไบร่วมกับเสื้อผ้าแบบวิกตอเรีย เป็นที่นิยมในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และต่อเนื่องจนถึงสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนที่เสื้อผ้าแบบตะวันตกจะได้รับความนิยมมากขึ้น



#13, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by พังพรอน on 28-Apr-26 at 02:24 PM
In response to message #10
จริงๆ ถ้าออกจากกะลาแลนด์ไป อยู่ในประเทศโลกที่1 ที่ระบบการศึกษาเปิดกว้าง และมีคุณภาพ อย่าง อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อาจจะช็อคกับสิ่งที่มหาลัยชั้นนำเขาสอนกันก็ได้นะคะ อยากบอกพวกคลั่งชาติในกะลาแลนด์ไว้เลย มึงช็อคแน่นอนค่ะ แล้วจะรู้สึกว่าที่ผ่านมา ตัวเองเป็นควาย และสมองกลวงมาได้นานขนาดนี้เชียวหรอ

อย่างเรื่องสไบนี่ คนไทยอาจจะบอกว่าไทยเป็นออริจิ แต่ในโลกที่1 บอกว่าออริจิคือเขมรค่ะ ในฐานะคนไทย ได้ยินครั้งแรกก็ตกใจเหมือนกันนะคะ แต่โลกที่1 เขาไม่ได้สอนกับนิทาน เรื่องเล่า ความเชื่อไง เขาสอนจากหลักฐานจริงค่ะ

จนถึงตอนนี้ กูไม่แปลกเลย ทำไมสมัยนั้น ศาลโลกตัดสินให้เขาพระวิหารเป็นของเขมรไป


#2, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ถึงอีลูกกระหรี่เขมร on 28-Apr-26 at 09:48 AM
In response to message #0
>คนไทยอย่าพยายามบิดเบือนเลยค่ะ

เขมรตกเป็นเมืองขึ้นไทย 400 กว่า ปี วัฒนธรรมการแต่งกายก่อนหน้านั้นไม่เหมือนไทย แต่หลังอยู่กับไทยรับการแต่งกายของเราไปเต็มๆ รวมทั้งสถาปัตยกรรมการก่อสร้างต่างๆ เพราะมันไม่ได้สืบต่อการสร้างแบบปราสาทเดิมของมัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุคต้นรัตนโกสินทร์ที่มันได้รับอิทธิพลจากไทยแทบทุกอย่างทั้งจากการแต่งกาย และรูปแบบสถาปัตการก่อสร้าง


#3, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ค่ะ on 28-Apr-26 at 10:31 AM
In response to message #2
ตรรกะ เขมร เป็น เมืองขึ้นไทย แล้วด้อยค่าเขาเหมือนเขาไม่มีวัฒนธรรมนี้ ก็ตลกค่ะ บิดเบือน fact มาก ทำเหมือนกับว่าวัฒนธรามการใส่สไบ มันมาหลังชนชาติไทย ไทยเอาไปเผยแพร่ไรแบบนี้ อันนี้คือการคิดแบบคลั่งขาติสุดโต่งมากค่ะ เพราะการใส่สไบ เก่าแก่กว่าการมีอยู่ของอณาจักรสุโขทัย และ อยุธยา ที่ประเทศไทยเคลมเป็นบรรพบุรุษตัวเองด้วยซ้ำ

แยกเป็น fact ตามนี้นะคะ

1. ชนขาติ มอญ เขมร ใส่สไบมาก่อนนานแล้ว ก่อนใครในย่านนี้ และ ชนชาติไทกะได นำมาใส่ภายหลัง ตั้งแต่ยังไม่มี อยุธยา

2. 400 ปีที่แล้ว ยังไม่มีประเทศไทย แต่มี เขมร แล้วค่ะ วัฒนธรรมเขมรเก่าแก่กว่า และมีหลักฐานการใส่สไบมายาวนานกว่ามาก เขามีหลักฐานเก่าแก่จริงๆด้วยนะคะ ทั้งมอญ และ เขมร เลยค่ะ ซึ่งไทยไม่มี

3. รูปแบบการเป็น colony ของ อยุธยา กับ เขมร มันไม่ได้เหมือนที่ ฝรั่ง ทำค่ะ อย่ามโน บิดเบือนทึกทักไปเอง เอาการ colonize แบบรัฐสมัยใหม่ในตะวันตก มาเหมารวม ว่ารัฐโบราณเขาจะเป็นแบบนั้น

4. เพราะ fact คือ การปกครองเป็นเมืองขึ้น ที่เกิดขึ้นระหว่าง เขมร ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศราชของสยาม ทั้งแต่ อยุธยา และ ยาวมาถึงยุครัตนโกสิน นั้น ในสมัยรัฐโบราณ เขาอยู่กันแบบหลวมๆ เขมรก็ยังปกครองตัวเอง บริหารตัวเอง สยามไม่ได้เป็นเจ้าของ เขาอยู่กันแบบถ่ายเทอำนาจตามหัวเมืองค่ะ นั่นหมายถึงมีการเทครัวกันเกิดขึ้น มีการแลกเปลี่ยนผู้คน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันเกิดขึ้นตลอดหลายร้อยปี แค่เจ้าตามหัวเมืองสวามิภักดิ์ให้อำนาจส่วนกลาง (หรือที่เขาเรียกว่า จักรวรรดินิยม) แต่การจักรวรรดิ ไม่ได้แปลว่า เป็นเจ้าของวัฒนธรรมค่ะ

5. เพราะ การที่เป็นประเทศราช ไม่ได้ว่าแปลเขาไม่มีวัฒนธรรมค่ะ รัฐในสมัยโบราณ ผู้ที่ถูกปกครอง ไม่ได้แปลว่าเขากระจอก ไร้ราก ไร้วัฒนธรรม แค่อำนาจการปกครองอาจจะเข้มแข็งไม่เท่า เลยทำให้ต้องยอมสวามิภักดิ์ต่อรัฐโบราณข้างเคียงที่มีอำนาจเงิน อำนาจทางการทหารมากกว่า ยกตัวอย่าง เกาหลีเคยตกเป็นเมืองขึ้นของจีน แปลว่าเกาหลีไม่มีวัฒนธรรมของตัวเองหรอคะ? เกาหลีเคยตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่นแปลว่าเกาหลีเขาไม่มีวัฒนธรรมของตัวเองหรอคะ? หรือ ถ้าจะเปรียบเทียบให้ตรงกับ ไทยกับเขมร ที่สุด ก็คือ จักรวรรดิไรมัน กับ กรีก; กรีกตกเป็นเมืองขึ้นโรมัน เป็นพันปี แล้วมันแปลว่า กรีกเขาไม่มีวัฒนธรรมของเขาหรอคะ? ในทางกลับกัน โรมันด้วยซ้ำค่ะ ที่ได้รับอิทธิพลรากฐานความเชื่อ ศาสนาความเชื่อ แบบแผนราชพิธีต่างๆ มาจากกรีกโบราณ คนโรมัยยุคก่อน ปกครองกรีก แต่เขาก็ยกกรีกไว้เป็นของสูง เป็นแม่แบบ เอาคำศัพท์กรีกมาใช้เยอะแยะ จนมันแยกไม่ออก จนกลายเป็นวัฒนธรรม กรีก-โรมัน อย่างที่เห็น ซึ่งกรณีนี้ คล้ายกับ สยาม-เขมร มากค่ะ


#4, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by นะคะ อีลูกเขมรอย่าดิ้น on 28-Apr-26 at 11:10 AM
In response to message #3
>ตรรกะ เขมร เป็น เมืองขึ้นไทย
>แล้วด้อยค่าเขาเหมือนเขาไม่มีวัฒนธรรมนี้ ก็ตลกค่ะ บิดเบือน
>fact มาก ทำเหมือนกับว่าวัฒนธรามการใส่สไบ มันมาหลังชนชาติไทย
>ไทยเอาไปเผยแพร่ไรแบบนี้
>อันนี้คือการคิดแบบคลั่งขาติสุดโต่งมากค่ะ เพราะการใส่สไบ
>เก่าแก่กว่าการมีอยู่ของอณาจักรสุโขทัย และ อยุธยา
>ที่ประเทศไทยเคลมเป็นบรรพบุรุษตัวเองด้วยซ้ำ
>
>แยกเป็น fact ตามนี้นะคะ
>
>1. ชนขาติ มอญ เขมร ใส่สไบมาก่อนนานแล้ว ก่อนใครในย่านนี้ และ
>ชนชาติไทกะได นำมาใส่ภายหลัง ตั้งแต่ยังไม่มี อยุธยา
>
>2. 400 ปีที่แล้ว ยังไม่มีประเทศไทย แต่มี เขมร แล้วค่ะ
>วัฒนธรรมเขมรเก่าแก่กว่า และมีหลักฐานการใส่สไบมายาวนานกว่ามาก
>เขามีหลักฐานเก่าแก่จริงๆด้วยนะคะ ทั้งมอญ และ เขมร เลยค่ะ
>ซึ่งไทยไม่มี
>
>3. รูปแบบการเป็น colony ของ อยุธยา กับ เขมร
>มันไม่ได้เหมือนที่ ฝรั่ง ทำค่ะ อย่ามโน บิดเบือนทึกทักไปเอง
>เอาการ colonize แบบรัฐสมัยใหม่ในตะวันตก มาเหมารวม
>ว่ารัฐโบราณเขาจะเป็นแบบนั้น
>
>4. เพราะ fact คือ การปกครองเป็นเมืองขึ้น ที่เกิดขึ้นระหว่าง
>เขมร ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศราชของสยาม ทั้งแต่ อยุธยา
>และ ยาวมาถึงยุครัตนโกสิน นั้น ในสมัยรัฐโบราณ
>เขาอยู่กันแบบหลวมๆ เขมรก็ยังปกครองตัวเอง บริหารตัวเอง
>สยามไม่ได้เป็นเจ้าของ เขาอยู่กันแบบถ่ายเทอำนาจตามหัวเมืองค่ะ
>นั่นหมายถึงมีการเทครัวกันเกิดขึ้น มีการแลกเปลี่ยนผู้คน
>แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันเกิดขึ้นตลอดหลายร้อยปี
>แค่เจ้าตามหัวเมืองสวามิภักดิ์ให้อำนาจส่วนกลาง
>(หรือที่เขาเรียกว่า จักรวรรดินิยม) แต่การจักรวรรดิ
>ไม่ได้แปลว่า เป็นเจ้าของวัฒนธรรมค่ะ
>
>5. เพราะ การที่เป็นประเทศราช ไม่ได้ว่าแปลเขาไม่มีวัฒนธรรมค่ะ
>รัฐในสมัยโบราณ ผู้ที่ถูกปกครอง ไม่ได้แปลว่าเขากระจอก ไร้ราก
>ไร้วัฒนธรรม แค่อำนาจการปกครองอาจจะเข้มแข็งไม่เท่า
>เลยทำให้ต้องยอมสวามิภักดิ์ต่อรัฐโบราณข้างเคียงที่มีอำนาจเงิน
>อำนาจทางการทหารมากกว่า ยกตัวอย่าง
>เกาหลีเคยตกเป็นเมืองขึ้นของจีน
>แปลว่าเกาหลีไม่มีวัฒนธรรมของตัวเองหรอคะ?
>เกาหลีเคยตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่นแปลว่าเกาหลีเขาไม่มีวัฒนธรรมของตัวเองหรอคะ?
>หรือ ถ้าจะเปรียบเทียบให้ตรงกับ ไทยกับเขมร ที่สุด ก็คือ
>จักรวรรดิไรมัน กับ กรีก; กรีกตกเป็นเมืองขึ้นโรมัน เป็นพันปี
>แล้วมันแปลว่า กรีกเขาไม่มีวัฒนธรรมของเขาหรอคะ? ในทางกลับกัน
>โรมันด้วยซ้ำค่ะ ที่ได้รับอิทธิพลรากฐานความเชื่อ
>ศาสนาความเชื่อ แบบแผนราชพิธีต่างๆ มาจากกรีกโบราณ
>คนโรมัยยุคก่อน ปกครองกรีก แต่เขาก็ยกกรีกไว้เป็นของสูง
>เป็นแม่แบบ เอาคำศัพท์กรีกมาใช้เยอะแยะ จนมันแยกไม่ออก
>จนกลายเป็นวัฒนธรรม กรีก-โรมัน อย่างที่เห็น ซึ่งกรณีนี้
>คล้ายกับ สยาม-เขมร มากค่ะ


การห่มสไบมีมาก่อนหน้านั้นจริง แต่การห่มและรูปแบบการห่ม ไม่ได้ปราณีตหรือพัฒนาเท่าของไทย

ดนตรี นาฎศิลป์ เขมรดั้งเดิม อยากรู้ไปหาดูในระดับชาวบ้านนะคะ เพราะดนตรีราชสำนัก หรือแบบชั้นสูงกัมพูชาได้รับอิทธิพลจากไทยมากแล้วโดยเฉพาะยุคต้นรัตนโกสินทร์ ระบำอัปสรา ที่บุปผาเทวี รำ นางบอกเองว่าได้รับการสืบทอดแลกเปลี่ยนมาจากไทย ทั้งท่ารำและดนตรี ทำนองยังเป็นทำนองเพลงศรีนวลของไทย


#7, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ค่ะ on 28-Apr-26 at 11:39 AM
In response to message #4

>การห่มสไบมีมาก่อนหน้านั้นจริง แต่การห่มและรูปแบบการห่ม
>ไม่ได้ปราณีตหรือพัฒนาเท่าของไทย
>
>ดนตรี นาฎศิลป์ เขมรดั้งเดิม อยากรู้ไปหาดูในระดับชาวบ้านนะคะ
>เพราะดนตรีราชสำนัก
>หรือแบบชั้นสูงกัมพูชาได้รับอิทธิพลจากไทยมากแล้วโดยเฉพาะยุคต้นรัตนโกสินทร์
> ระบำอัปสรา ที่บุปผาเทวี รำ
>นางบอกเองว่าได้รับการสืบทอดแลกเปลี่ยนมาจากไทย
>ทั้งท่ารำและดนตรี ทำนองยังเป็นทำนองเพลงศรีนวลของไทย

ราชสำนักเขมรเขาก็ยังมีอยู่ค่ะ

ครูเขมร ถูกเทครัวไปอยู่ที่อยุธยา ที่กรุงเทพ ไปเผยแพร่วัฒนธรรมก็มีค่ะ จะเคลมว่าเป็นความคิดของฝั่งสยามแต่เพียงฝ่ายเดียว ไหนหลักฐานล่ะคะ?

สูญกลางทางอำนาจมันย้าย แต่คนก็ถูกย้ายไปด้วย สมัยก่อนเขาตีเมืองเพื่อขนคนนะคะ ไม่ใช่ดินแดน

คนเขมรถูกเทครัว มาอยู่ในพระนครกันหมด ครูอาจารย์ ความรู้ก็ถูกย้ายมาด้วยค่ะ มันไม่ใช่ว่า สยามสร้างคนเดียว แล้วเอาเผยแพร่ อันนี้คือแนวคิดคลั่งชาติไทยสยามสุดโต่งค่ะ


#8, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by เสียม ขะแมร์ พี่น้องท้องเดียวกัน on 28-Apr-26 at 11:41 AM
In response to message #7

การก่อร่างสร้างมาเป็นสยาม หรือ กัมพูชา อาจจะต้องย้อนไปถึง ละโว้ สุโขทัย ซึ่งได้รับอิทธิพลโดนตรงมาจากเขมรโบราณ (อังกอร์) ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม และ ภาษา ร่วมถึงผู้คนด้วย ยุคโน้นนนนน ศูนย์กลางทางอำนาจและวัฒนธรรมมันอยู่ที่อังกอร์

ละโว้นี่ภาษาที่ใช้ทางการก็ใช้ภาษาเขมร

อยุธยา แท้จริงแล้ว ก็คืออณาจักรสืบทอดสายตรงจากเขมรโบราณนั้นแหละ ใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาราชการมาก่อน ตอนก่อตั้งแรกเริ่มเลย

อยุธยามาเปลี่ยนใช้ภาษาไทย ตอนช่วงกลางของอณาจักรอยุธยาแล้ว เพราะมีการผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน ราชวงศ์คนไทย ขึ้นมามีอำนาจ ก็เลยเปลี่ยนมาใช้ภาษาไทย และจวบจนล่มสลายไป

แต่ศิลปะวัฒนธรรมก็พัฒนาสืบทอดมาจากรากฐานบรรพบุรุษดั้งเดิม ก็คือเขมรโบราณอย่างที่บอก

เพราะฉะนั้น เครือญาติทางวัฒนธรรม จริงๆสยามคือญาติที่ใกล้ชิดที่สุดคนหนึ่งของเขมรโบราณ หรือ พูดอีกแง่คือ บรรพบุรุษของสยาม ไม่ใช่แค่ไท แต่ก็คือมอญ และเขมรโบราณด้วย ทุกอย่างมันเชื่อมถึงกันหมดแหละ

วัฒนธรรมเขมรโบราณอย่างอังกอร์วัดได้เสื่อมสลายไป ชาวเขมรก็อ่อนแอ และอยู่ภายใต้อิทธิพลของอยุธยา ชาวเขมรก็คือผู้ที่นำวัฒนธรรมเขมรโบราณ มาสืบทอดต่อ (หรือรวมถึงการต่อยอด) ในอยุธยา พูดง่ายๆ ล่มสลายคือตัวศูนย์กลางทางอำนาจ แต่วัฒนธรรมมันไม่ได้ล่มสลายค่ะ มันแค่ถูกย้ายศูนย์กลางอำนาจ จากอังกอร์ มาอยู่ที่อยุธยา และส่งต่อมาสู่กรุงเทพของสยามในยุคต่อมานี่แหละ และคนนั้นแหละ ที่นำวัฒนธรรมมาสู่สถานที่ใหม่ ตลอดเวลา

ถ้าจะศึกษาประวัติศาสตร์ต้องไม่มีอคติ ไม่คลั่งชาติ และต้องศึกษาให้รอบคอบและละเอียด เพราะช่วงรอยต่อระหว่าง อยุธยา และ ธนบุรี จนมาเป็นสยาม (รัตนโกสิน) ช่วงนั้น มันมีเหตุการณ์ การเปลี่ยนผ่าน และรายละเอียดยิบย่อนมาก และสำคัญมาก

อย่างที่บอกเขมรอ่อนแอ และตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอยุธยา และ สยาม มายาวนานหลายเจ็นมาก เอาจริงๆแล้ว สมัยก่อนเขาอยู่กันแบบหลวมๆ ไม่ได้แปลว่า เขมรอยู่ภายใต้สยาม แล้วสยามจะไปลบล้างอะไรเขมร อันที่จริง ดีไม่ดี ไปช่วยให้วัฒนธรรมเขมรอยู่รอดต่อด้วยซ้ำ เพราะสมัยก่อน มันมีการเทครัว ย้ายคน ชนขั้นนำ นักปราช ครูอาจารย์ จากเขมร ก็ย้ายมาอยู่ในสยามก็เยอะ

เขมร กับ สยาม จริงๆแล้ว มันเกี่ยวดองกันลึกมาก ไม่ใช่แค่ระดับผู้คน แต่ลึกถึงระดับจิตวิญญาญและวัฒนธรรม มันแยกกันขาดแทบไม่ได้หรอก (หมายถึงเชิงวัฒนธรรมนะ) เพราะต่างคนก็ต่าง influence ให้กันและกันมาตลอด หลายร้อยปี พลัดกันนำ พลัดกันตาม เรียกได้ว่าผสมและสืบต่อกันทางวัฒนธรรมและสังคม กันเป็นเนื้อเดียวกันได้แล้วด้วยซ้ำ

แต่อย่างว่า แม้ทางวัฒนธรรมและสายเลือดมันจะผสมกันได้ แต่ในระดับผู้คนและสังคม แต่ความคิดคนของชนชัันนำ ที่ต้องการจะอยากมีอำนาจ มันก็ไม่เข้าใครออกใคร

สยามเองก็อยากปกครองเป็นใหญ่ในย่านนี้ เขมรเองลึกๆ ก็อยากปกครองตัวเขาเอง มันเลยมีเชื้อไฟให้แตกแยกกันอยู่บ่อยๆ

มันมีช่วงที่เวียดนาม พยายามเข้ามีอิทธิพล และพยายามแย่งเขมร ไปจากสยามด้วย ต้องไม่ลืมเหตุการ์นี้เป็นอันขาด

พอโดนเวียดนามยุแยงเข้าหน่อย ชนขั้นนำเขมรมันก็แข็งกร้าวใส่สยาม ยิ่งได้ฝรั่งเศสมาช่วยภายหลัง ก็เลยหลุดออกจากอำนาจสยามไปได้ง่ายๆ

มันตลกตรงที่ ในยุคหลัง ที่เป็นยุครัฐชาติสมัยใหม่ กลับสอนประวัติศาสตร์ แบบของฉันและของเธอ ตัดขาดคนออกจากกันหลังการขีดเขตแดน ไม่มึงก็อปกู กูก็ก็อปมึง ทั้งไทยและกัมพูชาเองใช้วิธินี้ในการสร้างความเป็นปึกแผ่นในประเทศ เพราะมันคือแนวคิดของการปลูกฝั่งลัทธิชาตินิยม หลังเส้นเขตแดนที่ถูกกำหนดขึ้นใหม่

ซึ่งจริงๆแล้ว วัฒนธรรมพวกนี้มันส่งผ่านผสมผสานแบบไร้พรหมแดนมาก่อนนาน เป็นหลายร้อย หรือเป็นพันปีมาแล้ว ที่บรรพบุรุษเขมร สยาม สร้างร่วมกันมานานมาก นานก่อนที่แนวคิดชาตินิยมเกิดขึ้นอย่างในปัจจุบัน

ต่อให้ช่วงที่อยุธยา และ สยาม มีอำนาจเหนือเขมรในช่วงที่อณาจักรเขมรอ่อนแอที่สุด มันก็ไม่ได้แปลว่า ทางศิลปะวัฒนธรรม สยามจะไม่ได้รับอิทธิพลมาจากเขมรนะ อันนี้ต้องระวัง แยกแยะและศึกษาให้ละเอียด

ช่างฝีมือ และครูศิลปินของเขมร ก็ย้ายมาสังกัดที่กรุงเทพ และถ่ายทอดแลกเปลี่ยนศิลปะและองค์ความรู้ที่กรุงเทพ อย่างที่บอกว่า ศูนย์กลางทางอำนาจ ทางสังคม มันโยกย้ายมาที่กรุงเทพ ซึ่งครูและคนเขมร ก็ถูกเทครัวมาอยู่ที่สยาม มาแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาต่อยอดกัน แต่มันไม่ได้แปลว่า วัฒนธรรมที่เกิดขึ้นมา มันจะเป็นผลงานการสร้างของสยามแต่เพียงฝ่ายเดียว อันนี้มันก็ไม่ใช่

ศิลปะวัฒนธรรม มันสร้างสรรค์โดนคนในสังคม เราต้องใจกว้าง และให้ความเป็นธรรมกับความจริง ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น ระบบสังคม การย้ายถิ่น การแลกเปลี่ยนกันไร้พรหมแดนมาตลอดหลายร้อยปี

มันไม่ใช่ว่า สยามปกครองเขมร แล้วคนเขมร เขาจะไม่มีความรู้พื้นฐานความรู้เรื่องศิลปะ หรือวัฒนธรรมอะไรเลย ในความเป็นจริงสยามก็เรียนรู้วัฒนธรรมและเคารพสืบทอดกันมานานตั้งแต่อังกอร์ จนมาอยุธยา ยกเป็นของสูงด้วยซ้ำ อารมณ์คล้ายๆกับ โรมัน ปกครอง กรีก ก็ไม่ได้แปลว่าผู้ปกครองอันแข็งแกร่งอย่างโรมัน จะไม่เคารพ หรือจะไม่ได้รับอิทธิพลใดๆ จากกรีก อณาจักรที่อยู่ใต้การปกครองของตัวเองซะเมื่อไร ในยุคที่โรมันรุ่งเรือง จนเกิดเป็น วัฒนธรรม กรีก-โรมัน นั้นแหละ อารมณ์ก็จะคล้ายๆกัน แบบนั้น ระหว่าง สยาม-กัมพูชา

เราไม่ควรสร้างวาทะกรรมบิดเบือน และพยายามจะกดเขาให้ต่ำกว่า เพราะอคติและความเกลียดชังที่ก่อตัวจากแนวคิดชาตินิยมในยุคสมัยปัจจุบัน

ซึ่งถ้าจะศึกษาประวัติศาสตร์ด้วยมายด์เซ็ทหรือพลังงานอะไรแบบนั้น แบบที่พวกชาตินิยมประสาทๆ ชอบทำกัน มันก็ไม่มีวันสร้างสรรค์

ทั้งไทยและกัมพูชาก็ติดอยู่ในกับดักคลั่งชาตินี้ทั้งสองประเทศนั่นแหละ เสร่อโลกที่3 ด้อยพัฒนากันทั้งสองประเทศนั้นแหละ

ตกยุคมาก


#5, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ค่ะ on 28-Apr-26 at 11:11 AM
In response to message #3
FACT นะคะ FACT อีเขมรส้นตีนทั้งหลาย

A Record of Cambodia. The Land and its People by Chinese envoy Zhou Daguan, in 13th century.


#6, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ค่ะ on 28-Apr-26 at 11:33 AM
In response to message #5
สไบ มาจาก ส่าหรี ค่ะ

#9, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by เขาพัฒนามาแล้ว on 28-Apr-26 at 11:45 AM
In response to message #6
สถาปัตกรรมการก่อสร้างของสุโขทัย พัฒนาจนมีรูปแบบของตัวเอง โดยสัญลักษณ์ประจำคือ เป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือดอกบัวตูม ไปหาดูนะคะ เจดีย์ทรงนี้ เขมรไม่เคยมีค่ะ



#11, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by สาวไท on 28-Apr-26 at 12:27 PM
In response to message #9
เจดีย์มันมาจากทางเหนือลงไปนะ

เจดีย์ซูเล เจดีย์ชเวดากอง มันร่วมสมัยพุทธกาล

ซากแถบนครสวรรค์ สุพรรณ ก็เป็นแบบยุคพระเจ้าอโศก

แปลว่าคนไทสร้างเจดีย์มาก่อนเขมรนานมาก เพราะมันอยู่ในไทยเห็นๆ


#12, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by สาวเจียงใหม่ on 28-Apr-26 at 02:10 PM
In response to message #11
ล้านนา ถูก พม่า ยึดเป็นเมืองขึ้น แล้วแปลว่าเขาไม่มีวัฒนธรรมล้านนาของเขาเองหรอคะ?

ยุคต่อว่า ล้านนา ถูก สยาม ยึดและผนวก แปลว่าล้านนาเขาไม่มีวัฒนธรรมของเขาเองมาก่อนหรอคะ?

ตรรกะ แบบพวกคลั่งสยามส่วนกลางนี่น่าสมเพชมากค่ะ โง่ดักดานจริงๆ


#14, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by นขว on 28-Apr-26 at 05:08 PM
In response to message #12
เลิกเสี้ยมให้คนตีกันได้แล้วค่ะ อีแก่โรคจิต

#15, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ดูไว้ซะนะคะ on 28-Apr-26 at 08:39 PM
In response to message #14
https://youtu.be/fjafuDuspoc?si=q_mpGGeoEscBsU3Q

ขนาดเคยเรียนรำฉุยฉายพราหมณ์และเคยเรียนร้องเนื้อไทย


#16, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ความจริง on 28-Apr-26 at 11:17 PM
In response to message #15
คนชนะเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์ค่ะ

#17, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ความจริง on 29-Apr-26 at 11:43 AM
In response to message #16
ไม่มีรัฐสมัยใหม่ รัฐไหน จะสามารถมาเคลมการเจ้าของสไบแต่เพียงผู้เดียวได้ค่ะ ไม่ว่า ไทย หรือ กัมพูชา เพราะบรรพบุรุษในสมัยยุคอณาจักรโบราณ เขาร่วมสร้างกันมา ไม่ใช่รัฐสมัยใหม่สร้างค่ะ

#18, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ขำ on 30-Apr-26 at 01:38 PM
In response to message #0
เขมรคือ ชาติที่ไร้ประโยชน์ เป็นได้แค่บ่อขี้พวกผีพนันจีนเทา

#19, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ค่ะ on 01-May-26 at 01:26 AM
In response to message #18
> เขมรคือ ชาติที่ไร้ประโยชน์ เป็นได้แค่บ่อขี้พวกผีพนันจีนเทา

มีประโยชน์ให้อีเสียมมาก็อป มาจุ๊บวัฒนธรรมไปใช้ แล้วไม่ให้เครดิตไงคะ


#20, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ขะแมนิวส์ ทูไนท์ on 01-May-26 at 07:37 AM
In response to message #19
เห็นล่าสุดมีดราม่าอีก คือฝั่งเขมรเห็น กษัจตริย์กับราชินีไทยถูก
เขิญไปงานของราชินีสวีเดน คือ เป็นงานที่เชิญเหล่าราชวงศ์ในยุโรปทไป แต่มีไทยด้วย เพราะราชวงศ์สวรเดนวยิทกับราชวงศไทย

อีเหม็นเลยงอน ทำไมเจ้ามะละกอ สุเสวยจิงนางำม่ได้รับเชิญไปในครั้งนี้


#21, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ค่ะ on 04-May-26 at 07:00 AM
In response to message #20
ก็แบ่งๆกันเถอะค่ะ

#23, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ค่ะ on 08-May-26 at 04:50 PM
In response to message #21
อีไทยก็ก็อปคนไปทั่วค่ะ ก็ไม่ได้ จะมีปัญญาคิดอะไรใหม่ๆได้

#22, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ขะแมร์ นิวส์ on 04-May-26 at 07:46 AM
In response to message #20
>เห็นล่าสุดมีดราม่าอีก คือฝั่งเขมรเห็น
>กษัจตริย์กับราชินีไทยถูก
>เขิญไปงานของราชินีสวีเดน คือ
>เป็นงานที่เชิญเหล่าราชวงศ์ในยุโรปทไป แต่มีไทยด้วย
>เพราะราชวงศ์สวรเดนวยิทกับราชวงศไทย
>
>อีเหม็นเลยงอน ทำไมเจ้ามะละกอ
>สุเสวยจิงนางำม่ได้รับเชิญไปในครั้งนี้


มีเพจที่เค้าสรุปให้ฟัง
1. ราชวงศ์สวีเดน สนิทกับราชวงศ์ เชิญเสด็จเป็นแขกบ้านแขกเมืองซึ่งกันแบะกันตลอด อันนี้คือ เหตุปลสำคัญสุด
2. การเคลมว่ามีกษัตริย์ มีราชวงศ์ ไม่ใช่ ว่าต้องสำคัญ าำหรับประเทศอื่น
รู้หรือไม่ กัมพูชา มีการให้ยศ prince princess ในประเทศเยอะมาก แค่วงศ์ในคือ ร้อย กว่าคน ถ้านับญาติห่างๆกับพันคน
แต่เป็นตำแหน่งที่ให้กันในประเทศ แต่ระดับระหว่าง
คือ givernment to government มันไม่ใช่
เค้าเปรียบเทียบ อย่างในแอฟริกา มีหลายประเทศยังมีระบยกษัตริย์
และหลายประเทศ ที่มี princes เยอะมาก
เช่น ไนจีเรีย แล้วในระดับประเทศ เค้าไม่ recognize ตำแหน่งเหล่านี้นในจีเรีย
เพราะปัจจุบันเกิด nigeria prince scam
คือ หลอกว่าเป็นเจ้าชาย เพื่อหาผลประโยชน์ต่างๆ


#24, RE: เขมรใส่สไบมาก่อนละครบุพเพสันนิวาสค่ะ คนไทยเลิกสร้างวาทะกรรท ลดทอนดูถูกเพื่อนบ้านแบบอคติเถอะค่ะ มันไม่สร้างสรรค์ค่ะ
Posted by ขอมดำดิน on 08-May-26 at 06:41 PM
In response to message #22
สมัยขอมต่างหาก